เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ไพ่ลับทำเนียบขาว! ทรัมป์ดันหลานสาววัย 15 โชว์สกิลภาษาจีนเชื่อมสัมพันธ์ “สี จิ้นผิง”

25 ก.ย. 2569 | NATESAIY

STORY : ไพ่ลับทำเนียบขาว! ทรัมป์ดันหลานสาววัย 15 โชว์สกิลภาษาจีนเชื่อมสัมพันธ์ “สี จิ้นผิง”

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดยิ่งใหญ่ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จัดขึ้นเพื่อต้อนรับผู้นำจีน "สี จิ้นผิง" จุดสนใจกลับไม่ได้หยุดอยู่แค่บรรดาผู้นำระดับประเทศ แต่มุ่งไปที่วัยรุ่นสาวคนหนึ่งซึ่งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแขกวีไอพี เธอคือ "อาราเบลลา คุชเนอร์" หลานสาวสุดที่รัก ที่ทรัมป์วางตัวให้รับภารกิจ "ซอฟต์พาวเวอร์สายเลือด" เพื่อซื้อใจประธานาธิบดีจีน

การปรากฏตัวของ "อาราเบลลา คุชเนอร์" ในวัย 15 ปี (ลูกสาวของ อิวานกา ทรัมป์ และ จาเร็ด คุชเนอร์) บนที่นั่งแถวหน้าของทำเนียบขาว ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทว่านี่คือส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ทางการทูตที่ โดนัลด์ ทรัมป์ บรรจงจัดเตรียมไว้เพื่อละลายพฤติกรรม และกระชับสายสัมพันธ์ส่วนตัวกับ สี จิ้นผิง รวมถึง เผิง ลี่หยวน ภริยา


🔵 [ที่นั่งแถวหน้า ท่ามกลางรัฐมนตรีสายเหยี่ยว] 


ภาพที่ปรากฏในทำเนียบขาวคือ อาราเบลลาในชุดเดรสสีครีม ยืนเคียงข้างแม่ของเธอ พร้อมด้วยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และ อูชา ภริยา

เมื่อก้าวเข้าสู่งาน เธอยังได้รับตำแหน่งที่นั่งแถวหน้า เคียงขนาบด้วยบุคคลสำคัญทางการเมืองระดับท็อปสายเหยี่ยว อย่าง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ในจังหวะที่ทรัมป์ผู้เป็นตา และผู้นำจีน ผลัดกันขึ้นกล่าวสุนทรพจน์

เหตุผลสำคัญที่ทรัมป์เลือก "ดัน" หลานสาวคนนี้ให้เข้าประชิดผู้นำจีน เป็นเพราะเธอถือครองอาวุธลับชิ้นสำคัญ นั่นคือ "ทักษะการพูดภาษาจีนกลางได้อย่างฉะฉานและคล่องแคล่ว"


🔵 ["ทูตแห่งมิตรภาพ" ที่ สี จิ้นผิง เคยให้เกรด A+] 


อาราเบลลาซึมซับภาษาจีนกลางมาตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน โดยเธอและน้องชายทั้งสองคน (โจเซฟ และ ธีโอดอร์) ได้เรียนรู้ภาษาจากทั้งพี่เลี้ยงชาวจีนและที่โรงเรียน ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์หยิบยกความสามารถของหลานสาวมาใช้เป็นสะพานเชื่อมประโยชน์ทางการเมือง

หากย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2017 อาราเบลลาในวัยเพียง 5 ขวบ เคยโชว์ร้องเพลงต่อหน้าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มาแล้ว ในโอกาสที่ผู้นำจีนเดินทางเยือนคฤหาสน์มาร์อาลาโก รัฐฟลอริดา เรื่องราวดำเนินมาถึงช่วงปลายปีเดียวกัน เมื่อทรัมป์เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง เขาถึงขั้นพกแท็บเล็ตติดตัวไปเปิดคลิปวิดีโออวดผู้นำจีนด้วยความภาคภูมิใจ ภาพในคลิปคือหนูน้อยอาราเบลลาในชุดผ้าไหมแบบจีนโบราณ ขับร้องเพลงและท่องบทกวีจีน พร้อมเอื้อนเอ่ยคำทักทายอย่างน่าเอ็นดูว่า "สวัสดีค่ะคุณปู่สี สวัสดีค่ะคุณย่าเผิง"

ความน่ารักในวิดีโอชุดนั้นสร้างความฮือฮาในหมู่ชาวเน็ตจีนอย่างล้นหลาม จนเธอได้รับฉายาว่าเป็น "ทูตแห่งมิตรภาพ" (Friendship Messenger) ขณะที่ สี จิ้นผิง ถึงกับเอ่ยปากชมเปาะว่า ความสามารถของเธอสมควรได้รับคะแนน "A+"


🔵 [การทูตครอบครัว สู่ความพยายามเลี่ยงการปะทะ] 


จากคลิปวิดีโอในอดีต ถูกนำมาฉายซ้ำอีกครั้งบนจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่กลางงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เพื่อตอกย้ำความผูกพันส่วนตัว ก่อนที่ฉากการเจรจาระดับชาติจะเริ่มต้นขึ้น

เมื่อวันพฤหัสบดี (24 กันยายน) ทรัมป์ได้ใช้โอกาสนี้กล่าวชื่นชมมิตรภาพที่มีต่อผู้นำจีน พร้อมส่งสัญญาณเรียกร้องให้จีนร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะในห้วงเวลาที่สองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด

"นับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกของผมในปี 2016 ผมและประธานาธิบดีสี ได้สร้างมิตรภาพขึ้นมา ซึ่งอันที่จริงแล้ว ถือเป็นมิตรภาพที่ยอดเยี่ยมมาก โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์สำคัญของประชาชนทั้งสองชาติ"  โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว


ในขณะที่ฝั่งของประธานาธิบดีจีน เลือกตอบกลับด้วยท่าทีที่ตรงไปตรงมาและเน้นย้ำถึงหลักการ โดยระบุว่าผลประโยชน์ของจีนและสหรัฐฯ นั้น "มีความเกี่ยวโยงกันอย่างลึกซึ้ง" และการแข่งขันระหว่างสองชาติ "ควรเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์และอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม"



"มันควรเป็นการแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพให้ทันกันและกัน ไม่ใช่การต่อสู้ห้ำหั่นที่ต้องมีผู้แพ้และผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียว"  สี จิ้นผิง ทิ้งท้าย



ท้ายที่สุด การดึง "อาราเบลลา" เข้ามาเป็นสะพานเชื่อมรอยร้าว จึงสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ส่วนตัวสไตล์ทรัมป์ ที่หวังใช้ความผูกพันเชิงสัญลักษณ์ เป็นฟันเฟืองช่วยลดทอนความตึงเครียดของสงครามภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังดำเนินอยู่นั่นเอง

ข่าวล่าสุด