เนชั่นทีวี

ข่าว

“ยศชนัน” ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เตือนเหนือรับมือฝนหนัก 1-2 วันนี้

26 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

“ยศชนัน” ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เตือนเหนือรับมือฝนหนัก 1-2 วันนี้

รองนายกฯ "ยศชนัน" ลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต บูรณาการชลประทาน-กทม. เร่งระบายน้ำวันละ 6-8 ล้าน ลบ.ม. ป้องกันน้ำท่วมปทุมธานี-ดอนเมือง พร้อมสั่งด่วนหน่วยงานภาคเหนือรับมือฝนตกหนัก

รองนายกฯ "ยศชนัน" ลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต บูรณาการชลประทาน-กทม. เร่งระบายน้ำวันละ 6-8 ล้าน ลบ.ม. ป้องกันน้ำท่วมปทุมธานี-ดอนเมือง พร้อมสั่งด่วนหน่วยงานภาคเหนือรับมือฝนตกหนัก

KEY

POINTS

  • ตัดยอดน้ำเซฟเมือง: รองนายกฯ ยศชนัน ตรวจปากคลองรังสิต เร่งสูบน้ำผันลงเจ้าพระยาเฉลี่ย 6-8 ล้าน ลบ.ม./วัน ป้องปทุมฯ-ดอนเมือง
  • สแตนด์บาย 24 ชม.: เดินเครื่องสูบน้ำ 14-15 เครื่อง พร้อมสำรองเครื่องเปลี่ยนและส่งช่างเทคนิคเฝ้าระวังตลอดเวลา
  • เตือนภาคเหนือฝนหนัก: สั่งการด่วนหน่วยงานภาคเหนือเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ใน 1-2 วันนี้

26 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 13.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อว. และในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เพื่อติดตามการดำเนินงานของกรมชลประทาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการเร่งบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ รองนายกฯ ได้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายในการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก โดยสถานีสูบน้ำแห่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลสัมฤทธิ์โดยตรงต่อการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

  • พื้นที่จังหวัดปทุมธานี - ซึ่งสถานีฯ จะช่วยเร่งระบายน้ำครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง ทั้งในอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอลำลูกกา รวมถึงพื้นที่ตำบลหลักหก
  • พื้นที่กรุงเทพมหานคร - ทำหน้าที่สำคัญในการช่วยตัดยอดน้ำและระบายน้ำจากคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นเขตรอยต่อสำคัญระหว่างตำบลหลักหกและเขตดอนเมือง ทำให้สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเขตปทุมธานีและพื้นที่ตอนเหนือของ กทม.

“ยศชนัน” ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เตือนเหนือรับมือฝนหนัก 1-2 วันนี้  

สำหรับกลไกการทำงานของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต จะทำหน้าที่รับน้ำจากคลองซอยที่ 1 ถึง 7-8 เพื่อระบายน้ำจากระบบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ทั้งหมด และสูบผ่านประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

ในส่วนของศักยภาพและสถานะการทำงาน ปัจจุบันสถานีฯ มีเครื่องสูบน้ำขนาด 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง กำลังการสูบรวมสูงสุด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยขณะนี้ได้เดินเครื่องระบายน้ำอยู่ที่ 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นปริมาณน้ำราว 6-8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ผันแปรตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยา)

 

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการเครื่องจักรอย่างรัดกุม โดยกำหนดศักยภาพการระบายน้ำสูงสุดไว้ที่ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะเดินเครื่องสูบน้ำพร้อมกันประมาณ 14-15 เครื่อง (70-75% ของกำลังทั้งหมด) เพื่อสำรองเครื่องสูบน้ำที่เหลือไว้สำหรับการสลับสับเปลี่ยนและพักเครื่อง ป้องกันความเสียหายจากการใช้งานหนัก

“ยศชนัน” ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เตือนเหนือรับมือฝนหนัก 1-2 วันนี้

ด้านความพร้อมและแผนเผชิญเหตุ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสถานีฯ ยืนยันว่าได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังตลอดเวลา พร้อมจัดเตรียมทีมช่างเทคนิค Standby ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องสูบน้ำสะดุด หรือระบบขัดข้อง ทีมช่างจะสามารถเข้าแก้ไขและกู้เครื่องสูบน้ำให้กลับมาใช้งานได้ทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำในภาพรวม

 

ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ และการดูแลเกษตรกร รวมถึงกำกับบางหน่วยงานที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการน้ำ  ได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังกระทรวงและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลทั้งหมด โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการชลประทาน ให้เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบในทุกมิติ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันและส่งมอบความช่วยเหลือให้ถึงมือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมภาคเหนือ ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ ให้หน่วยงานในภาคเหนือให้เตรียมความพร้อมรับมือกับฝนที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มในระยะเวลา 1-2 วันนี้

“ยศชนัน” ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เตือนเหนือรับมือฝนหนัก 1-2 วันนี้

ข่าวล่าสุด