svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: เมษานี้ของแพง! 5 บริษัทยักษ์ใหญ่แจ้งปรับราคา พิษสงครามดันต้นทุนพุ่งทั้งระบบ

21 มี.ค. 2569

5 บริษัทยักษ์ใหญ่แจ้งร้านค้าสต๊อกสินค้าด่วน เม.ย.นี้ เตรียมปรับขึ้นราคา พิษสงครามตะวันออกกลางกระทบต้นทุนทั้งระบบ น้ำมันปาล์มพุ่งขึ้นแล้ว ขวดละ 5-8 บาท!

ของใช้ประจำวันที่คุณซื้อทุกวัน กำลังจะแพงขึ้น เพราะสงครามที่อยู่ไกลหลายพันกิโลเมตร?

 

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานเกือบเดือน วันนี้ไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศอีกต่อไป เพราะผลกระทบกำลังไหลตรงมาถึงของใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทย เมื่อ 5 บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ได้แก่ เนสท์เล่, เอฟแอนด์เอ็น, ยูนิลีเวอร์, สหพัฒนพิบูล และบีเจซี ทยอยออกหนังสือแจ้งคู่ค้าและร้านค้าอย่างเป็นทางการ สะท้อนภาพเดียวกันว่า ต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์กำลังพุ่งสูง และราคาสินค้าอาจเริ่มปรับขึ้นในเดือนเมษายนนี้

 

แล้วทำไมสงครามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโลก ถึงมาโดนถึงขวดน้ำมัน, สบู่, นม หรือขนมขบเคี้ยวในมือเราได้?

 

🔵 [ต้นทุนพุ่ง เพราะ "ขวดพลาสติก" กับ "ค่าขนส่ง" ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย]

หัวใจของปัญหาอยู่ที่ราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนของบรรจุภัณฑ์พลาสติก ไม่ว่าจะเป็นขวด PET, ฟิล์มห่อสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์อ่อนชนิดต่างๆ เมื่อความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลต่อเส้นทางการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ ซัพพลายเออร์วัตถุดิบหลายรายแจ้งว่า "ของไม่เพียงพอ"

 

เนสท์เล่ ระบุในหนังสือแจ้งร้านค้าว่าได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์หลายเจ้าเรื่องความไม่เพียงพอของวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันดิบ โดยเฉพาะ ขวดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งส่งผลต่อการส่งมอบสินค้าตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ครอบคลุมสินค้ากว่า 30 แบรนด์ ตั้งแต่กาแฟ นมและผลิตภัณฑ์นม น้ำดื่ม ไปจนถึงอาหารสัตว์เลี้ยง

 

ด้าน ยูนิลีเวอร์ ส่งสัญญาณชัดที่สุด โดยระบุตรงๆ ว่า "ต้นทุนวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตในทุกกลุ่มธุรกิจ" พร้อมเร่งเพิ่ม Safety Stock ในเดือนมีนาคม และแนะร้านค้าสั่งซื้อล่วงหน้า ก่อนราคาอาจขยับในเดือนเมษายน

🔵 [บะหมี่กึ่ง-ทิชชู่ ก็ไม่รอด]

สหพัฒนพิบูล (SPC) เจ้าของแบรนด์ดังอย่าง มาม่า, ไลปอนเอฟ, คิเรอิ คิเรอิ และกว่า 200 แบรนด์ในเครือสหพัฒน์ ยืนยันว่าต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และการขนส่ง พร้อมเตือนว่า "บริษัทอาจมีข้อจำกัดในการผลิตและจัดส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าลดลงจากปกติ"

 

ขณะที่ บีเจซี เจ้าของสินค้าอย่างทิชชู่เซลล็อกซ์, สบู่พฤกษา และขนมขบเคี้ยวยอดนิยม ยอมรับว่าผลกระทบเรื่องปริมาณวัตถุดิบและราคาขนส่งนั้น "มีนัยยะสำคัญ" โดยประเมินว่าผลกระทบจะเริ่มชัดตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป

 

ส่วน เอฟแอนด์เอ็น ผู้ผลิตนมข้นหวาน นม UHT และนมพาสเจอร์ไรส์ ยืนยันว่ากำลัง "พยายามตรึงราคา" แต่ก็ยอมรับตรงๆ ว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาสินค้า "อาจปรับตัวในอนาคต"

🔵 [น้ำมันปาล์มขวด ขึ้นแล้วเงียบๆ]

ก่อนที่สัญญาณจาก 5 บิ๊กแบรนด์จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง น้ำมันปาล์มบรรจุขวด คือสินค้าแรกที่ขยับราคาไปแล้ว โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

 

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยว่าผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มบรรจุขวดได้ปรับขึ้นราคาขวดขนาด 1 ลิตรแล้ว ประมาณ 5–8 บาทต่อขวด ทำให้ราคาขายส่งจากเดิมที่อยู่ช่วง 41–42 บาท เพิ่มมาอยู่ที่ 48–49 บาทต่อขวด และราคาปลีกที่ร้านโชห่วยทั่วไปปรับขึ้นเป็น 50–53 บาทต่อขวด แล้ว

 

ที่น่าสนใจคือ โรงงานผู้ผลิต "ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า" แต่ใช้วิธีส่งสัญญาณเงียบๆ เริ่มจากการยกเลิกโปรโมชั่น และ ระงับรับออเดอร์ ก่อนจะประกาศราคาใหม่ทันที

 

นายสมชายวิเคราะห์ว่าปัจจัยหลักมี 2 ส่วน คือ นโยบายไบโอดีเซลของภาครัฐ ที่ดึงน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในระบบลดลง และต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรม

 

"ยอมรับว่ากำลังซื้อโดยรวมของประชาชนในตลาดค้าปลีกยังคงอ่อนแอ" นายสมชายกล่าว พร้อมเตือนว่า เมื่อสต๊อกเก่าหมดลง ราคาขายปลีกมีแนวโน้มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 52–53 บาทต่อขวดแน่นอน พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งยังขายอยู่ที่ 50 บาทต้นๆ ทดแทนได้ในระหว่างนี้

 

🔵 [กรมการค้าภายใน ยืนยัน ยังไม่พบสัญญาณขึ้นราคา — แต่จับตาใกล้ชิด]

ท่ามกลางกระแสข่าวที่แพร่สะพัด นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ออกมายืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ประมาณ 350,000 ตัน ซึ่งยังอยู่ในระดับเพียงพอ และในช่วงเดือนเมษายน–กรกฎาคม ผลผลิตปาล์มฤดูกาลใหม่จะทยอยเข้าสู่ระบบ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 400,000 ตัน

 

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในปัจจุบันอยู่ที่ 42–50 บาทต่อขวด และยังไม่พบสัญญาณการปรับขึ้นราคาจากการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

 

"ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายในจะเร่งพิจารณาทบทวนมาตรการเพิ่มเติมสำหรับสินค้าควบคุมโดยเร็ว" นายวิทยากรกล่าว พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ห้ามปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และขอให้ประชาชน อย่าตื่นตระหนก หรือซื้อกักตุนสินค้า โดยหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรหรือการกักตุน สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

 

สัญญาณจากทั้ง 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ส่งมาพร้อมกันในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่น้ำมันปาล์มก็ขยับราคาไปแล้ว คำถามที่สำคัญกว่าว่า "ของจะแพงขึ้นไหม?" คือ เราจะรับมืออย่างไรให้ชาญฉลาด ไม่ตื่นตระหนก ไม่ซื้อกักตุนจนสร้างปัญหา แต่ก็วางแผนได้ทันเวลา

 

💬 คุณเริ่มสังเกตเห็นราคาสินค้าในชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม? มีสินค้าตัวไหนที่รู้สึกว่าแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มาแชร์กันได้เลย!