svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

เปิดผลสำรวจเด็กไทย 2569: TikTok คือโลกการเมือง ชอบ "ส่อง" แต่ไม่เชื่อ กกต.

10 ม.ค. 2569

เปิดผลสำรวจเด็กไทย เข้าใจการเมืองแค่ไหน? พบ TikTok คือโลกการเมือง ชอบ "ส่อง" มากกว่าออกความเห็น ไม่เชื่อ กกต. แต่เชื่อประเทศจะดีขึ้น

เด็กไทยรุ่นใหม่กำลังมองการเมืองผ่านหน้าจอมือถือ - แล้วพวกเขาเห็นอะไร?

เมื่อพูดถึงอนาคตของประเทศ เราอาจมองไปที่ผู้นำทางการเมือง นักวิชาการ หรือนักธุรกิจ แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม นั่นคือ เยาวชนวัย 15-20 ปี ที่กำลังจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในไม่กี่ปีข้างหน้า

 

ผลสำรวจล่าสุดจาก Rocket Media Lab ร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ และเครือข่ายเยาวชน Feel Good ได้เก็บข้อมูลจากนักเรียนมัธยมปลายและอาชีวศึกษา (ปวช.) 515 คน จาก 49 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดเผยภาพสะท้อนที่น่าสนใจ - พวกเขาไม่ได้ "ไม่สนใจ" การเมืองอย่างที่หลายคนคิด แต่กำลังมองและรับรู้อย่างเงียบๆ ผ่านโลกดิจิทัล

 

🔵[TikTok ชนะทุกแพลตฟอร์ม - พวกเขาดูข่าวการเมืองจากที่ไหน?]

 

หากคิดว่าเด็กรุ่นใหม่ยังติดตามข่าวการเมืองทางโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ ผลสำรวจนี้อาจทำให้คุณต้องคิดใหม่

41.36% ของนักเรียนใช้ TikTok เป็นช่องทางหลักในการติดตามข่าวการเมือง แซงหน้า Facebook และโทรทัศน์อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 16 ปี ที่ TikTok ครองใจมากที่สุด

แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะโพสต์ ทวีต หรือแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างเสรี ตรงกันข้าม 50.87% ไม่เคยแสดงความเห็นทางการเมืองบนโซเชียลมีเดียเลย 47.77% ไม่เลือกแสดงความเห็นในแพลตฟอร์มใดเลย และเมื่อเจอความคิดเห็นที่แตกต่างบนโลกออนไลน์ ถึง 78.45% เลือกที่จะ "ไม่ทำอะไรเลย"

พฤติกรรมที่พวกเขาทำบ่อยที่สุดคือ กดไลก์ แชร์ รีโพสต์ (53.82%) มากกว่าการสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง (3.04%) ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า เยาวชนรุ่นนี้เป็น "นักส่อง" ที่เลือกเสพข้อมูลและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง มากกว่าการเป็นผู้นำการสนทนา

 

"พวกเขาดู พวกเขารู้ แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่พูด"

แล้วพวกเขารู้เรื่องการเมืองมากแค่ไหน?

🔵[รู้จัก สว. แต่งง งับ Gerrymandering - ความรู้การเมืองอยู่ที่ไหน?]

 

ผลสำรวจชี้ว่า เยาวชนส่วนใหญ่มีความสนใจการเมืองในระดับปานกลาง 37.09% - ไม่ได้ติดตามทุกฝีก้าว แต่ก็ไม่ละเลย

เมื่อทดสอบความเข้าใจคำศัพท์ทางการเมือง พบว่าพวกเขาเข้าใจคำที่เกี่ยวกับโครงสร้างรัฐบาลและอำนาจได้ดี เช่น

- สมาชิกวุฒิสภา (สว.) - เข้าใจ 84.08%

- สส. เขต - เข้าใจ 80.39%

- เผด็จการรัฐสภา - เข้าใจ 77.28%

- รัฐบาลเสียงข้างน้อย - เข้าใจ 75.73%

แต่เมื่อเป็นศัพท์เทคนิคหรือคำทับศัพท์ที่เกี่ยวกับกลไกการเลือกตั้ง กลับกลายเป็นช่องว่างใหญ่:

- Gerrymandering (การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ทำให้ได้เปรียบทางการเมือง) - ไม่เข้าใจ 79.22%

- ปาร์ตี้ลิสต์ - ไม่เข้าใจ 62.72%

- แลนด์สไลด์ - ไม่เข้าใจ 59.61%

 

ข้อมูลนี้สะท้อนว่า เยาวชนรู้จัก "โครงสร้างอำนาจ" แต่ยังขาดความเข้าใจใน "กลไกประชาธิปไตย" เชิงลึก ซึ่งอาจเป็นโจทย์สำคัญของการศึกษาพลเมืองในอนาคต

"พวกเขารู้ว่าใครอยู่ที่ไหน แต่ยังไม่เข้าใจว่าระบบทำงานอย่างไร"

 

จากโลกออนไลน์ เรามาดูที่สภาพแวดล้อมจริงในรั้วโรงเรียนกันบ้าง

เปิดผลสำรวจเด็กไทย 2569: TikTok คือโลกการเมือง ชอบ "ส่อง" แต่ไม่เชื่อ กกต.

🔵[โรงเรียน - พื้นที่ที่พวกเขาอยากพูดคุยการเมืองได้อย่างอิสระ]

 

สำหรับเยาวชนแล้ว วิชาเรียน (32.62%) และ กิจกรรมนักเรียน (31.26%) คือสองช่องทางหลักที่ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องการเมือง

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ กิจกรรมนักเรียน - โดยเฉพาะการเลือกตั้งสภานักเรียน - กลับเป็นสิ่งที่กระตุ้นความสนใจทางการเมืองได้ดีที่สุด โดยทำให้นักเรียนถึง 41.55% รู้สึกอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น

ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ มีพลังมากกว่าการท่องจำตำราในห้องเรียน

และเสียงส่วนใหญ่ถึง 60.19% อยากให้โรงเรียนเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองได้อย่างอิสระ ไม่ใช่แค่จำกัดอยู่ในหลักสูตรเท่านั้น

 

"พวกเขาไม่ได้ต้องการ 'บรรยาย' แต่ต้องการ 'พื้นที่' ที่จะได้พูดคุยและเรียนรู้ร่วมกัน"

แล้วความเชื่อใจและความหวังที่พวกเขามีต่อระบบการเมืองไทยเป็นอย่างไร?

 

🔵[ไม่เชื่อ กกต. 48.93% แต่เชื่อศาลปกครอง 62.14% - ความขัดแย้งในใจเยาวชน]

 

หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดจากการสำรวจคือ ระดับความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระต่างๆ

 

เยาวชนเชื่อมั่นองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เช่น

- ศาลปกครอง - เชื่อมั่น 62.14%

- ศาลรัฐธรรมนูญ - เชื่อมั่น 57.28%

แต่กลับไม่เชื่อมั่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สูงสุดถึง 48.93%

 

ความไม่ไว้วางใจในองค์กรที่กำกับดูแลการเลือกตั้งโดยตรงนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อความชอบธรรมของกระบวนการประชาธิปไตยในอนาคต

 

และที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ 56.50% ไม่เห็นด้วยกับการลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 16 ปี โดยเฉพาะ

- กลุ่มอายุ 15 ปี ไม่เห็นด้วย 64%

- กลุ่มอายุ 16 ปี ไม่เห็นด้วย 60%

 

กลุ่มที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากกฎหมายนี้ กลับเป็นกลุ่มที่คัดค้านมากที่สุด - สะท้อนถึงความไม่มั่นใจในวุฒิภาวะของคนวัยเดียวกัน

 

"พวกเขารู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อม - และนั่นคือความซื่อสัตย์ที่น่าชื่นชม"

แต่ท่ามกลางความไม่ไว้วางใจ พวกเขายังมีความหวังหรือไม่?

 

🔵[ยังมีความหวัง 55.73% - พวกเขาอยากเห็นอะไรในอนาคต?]

 

แม้ว่า 61.17% จะรู้สึก "เฉยๆ" กับการเมืองปัจจุบัน และมีเพียง 4.27% ที่ "พอใจ"

 

แต่ท่ามกลางความรู้สึกเฉยชา ยังมีข้อมูลที่น่าตื่นเต้น - 55.73% ยังคงมีความหวังว่าอนาคตของประเทศไทยจะดีขึ้น

 

เมื่อถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่อยากให้นักการเมืองแก้ไข 3 อันดับแรกคือ

  1. ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา 14.56%
  2. ปัญหาเศรษฐกิจ 13.66%
  3. คุณภาพการศึกษา 12.88%

 

และสำหรับ "นายกรัฐมนตรีในฝัน" พวกเขาไม่ได้ต้องการคนที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องการคนที่

- รับฟังและเข้าใจประชาชน 38.45%

- มีคุณธรรม โปร่งใส ไม่โกง 20.00%

 

ในขณะที่ "พรรคการเมืองในฝัน" ต้อง

- ทำได้จริงตามนโยบาย

- ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้

 

เสียงจากเยาวชนบางคนในการสำรวจสะท้อนชัดเจนว่า

"หาเสียงเป็นยังไง ได้เป็นก็ต้องเป็นอย่างงั้น"

"ฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตอนหาเสียง"

 

🔵[สรุป: เยาวชนไม่ได้ไม่สนใจ - แค่กำลังเฝ้ามองและรอคอย]

 

ผลสำรวจครั้งนี้เปิดเผยภาพสะท้อนที่น่าสนใจของเยาวชนไทยผู้ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถสรุปได้ 3 ประเด็นสำคัญ

 

  1. ผู้สังเกตการณ์แห่งยุคดิจิทัล - พวกเขาใช้ TikTok เป็นหน้าต่างมองโลกการเมือง แต่เลือกที่จะ "ส่อง" และหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง มากกว่าการเป็นผู้นำบทสนทนา
  2. ความย้อนแย้งในใจ - พวกเขามีความหวังต่ออนาคต แต่ยังไม่มั่นใจในความพร้อมของตัวเอง สะท้อนผ่านการคัดค้านการลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  3. ความหวังที่มาพร้อมเงื่อนไข - พวกเขายังเชื่อว่าประเทศจะดีขึ้น แต่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่า นักการเมืองต้อง "รับฟัง" และ "ทำตามสัญญา" อย่างแท้จริง

 

เสียงสะท้อนเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นภาพร่างของอนาคตที่กำลังจะมาถึง เป็นโจทย์สำคัญที่สังคมไทย - ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ครู-อาจารย์ นักการเมือง หรือผู้นำทุกระดับ - ต้องหันมารับฟังและทำความเข้าใจอย่างจริงจัง

.

💭 คำถามปิดท้าย

ถ้าเด็กรุ่นนี้ยังมีความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน - ผู้ใหญ่ทั้งหลายจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ความหวังนั้นดับไป?

การศึกษาพลเมืองในโรงเรียนควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อให้เยาวชนไม่ใช่แค่ "รู้" แต่ "เข้าใจ" และ "กล้าแสดงออก"?

และที่สำคัญที่สุด - เราจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่เยาวชนสามารถพูดคุยเรื่องการเมืองได้อย่างอิสระ โดยไม่กลัวถูกตัดสิน ได้อย่างไร?

 

ข้อมูลจาก Rocket Media Lab