นางสาวเอ เล่าว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดกำแพงเพชร พ่อแม่มีอาชีพทำนา หลังสำเร็จการศึกษาได้เคยเข้าสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงตัดสินใจเข้าทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวในหน่วยงานท้องถิ่นแห่งหนึ่ง พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายอ่านหนังสือเตรียมสอบอย่างจริงจังนานกว่า 3 เดือน ก่อนจะตัดสินใจสมัครสอบในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการในรอบปีที่ผ่านมา
“วันสอบทุกอย่างเป็นไปตามปกติ มาตรการคุมสอบเข้มงวดเหมือนการสอบทั่วไป ข้อสอบก็อยู่ในระดับที่พอทำได้ เมื่อประกาศผลสอบและทราบว่าตนเองสอบผ่านในลำดับที่ 140 กว่า ๆ จึงรู้สึกดีใจมาก เพราะมีโอกาสได้รับการเรียกบรรจุในรอบที่ 3 ซึ่งมีกำหนดนัดรายงานตัวไว้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้” นางสาวเอ ระบุ
เมื่อเกิดกระแสข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นขึ้นมา
นางสาวเอ ยอมรับว่า รู้สึกตกใจและกังวลใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าในกลุ่มเพื่อนผู้สอบผ่านที่รู้จักกันนั้น จะไม่มีใครเคยพูดถึงเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะหรือการวิ่งเต้นทางเส้นสายเพื่อให้สอบผ่านเลยก็ตาม
"ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น และเชื่อว่าคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบจริง ๆ มีจำนวนมาก ซึ่งหลายคนกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเรื่องนี้" นางสาวเอ เผย
ผลกระทบในชีวิตจริงที่เกิดขึ้นหลังจากมีกระแสคำสั่งชะลอการเรียกรายงานตัวและบรรจุราชการ
นางสาวเอ ระบุว่า ผู้สอบผ่านจำนวนมากได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตราชการไว้หมดแล้ว บางคนตัดสินใจลาออกจากงานเดิม บางคนต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเตรียมเงินย้ายที่พัก หรือจัดหาเครื่องแบบข้าราชการชุดใหม่
"สำหรับตัวเธอเองในขณะนี้ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งยืมเงินกู้จากญาติพี่น้องเพื่อเตรียมไปเช่าที่พักในพื้นที่ที่จะต้องเดินทางไปบรรจุ รวมถึงได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานเก่าที่ร่วมกันลงขันซื้อชุดเครื่องแบบข้าราชการใหม่ให้เพื่อเป็นของขวัญ
เพื่อนหลายคนที่ทำงานในภาคเอกชนก็ลาออกกันหมดแล้ว ซึ่งบริษัทบางแห่งมีการรับพนักงานคนใหม่เข้ามาทำงานแทนที่ทันที หากกระบวนการบรรจุแต่งตั้งถูกเลื่อนหรือชะลอออกไปเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายรายวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" นางสาวเอ เล่าว่า
ผู้สอบผ่านรายนี้ ระบุต่อว่า เธอเชื่อว่าหากผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตมีอยู่จริง คนกลุ่มนั้นคงไม่กล้าเดินทางเข้ารายงานตัวเพื่อรับการบรรจุอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่คนสอบผ่านอย่างสุจริตอยากเห็นในขณะนี้คือ ความชัดเจนจากหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ว่าจะใช้เวลาในกระบวนการตรวจสอบนานเพียงใด เพื่อให้ผู้ที่สอบผ่านด้วยความรู้ความสามารถของตนเองสามารถวางแผนดำเนินชีวิตต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีกระแสข่าวสะพัดมาจากส่วนกลางว่า แนวโน้มการดำเนินงานและขั้นตอนการเรียกบรรจุแต่งตั้งอาจยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม ทำให้เธอและกลุ่มเพื่อนผู้สอบผ่านอีกนับพันคนเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้ง
โดย นางสาวเอ เผยทิ้งท้ายว่า ตอนแรกใจหายมาก แต่เมื่อทราบข่าวว่าทุกอย่างอาจยังเดินหน้าตามขั้นตอนเดิม ก็รู้สึกโล่งใจและมีความหวังขึ้นมา เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือความเป็นธรรมสำหรับคนที่ตั้งใจสอบอย่างสุจริต