แฉพิรุธเงินหมุนเวียน-รายได้พุ่งกระฉูดในช่วงเป็นรัฐมนตรี
โดย ทนายอั๋นได้ ตั้งข้อสังเกตถึงธุรกรรมที่ผิดปกติหลายประเด็น อาทิ
-ธุรกรรมสายฟ้าแลบ: พบเงิน 35 ล้านบาท โอนจากนายศักดิ์สยามเข้าบริษัทและโอนกลับภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที
-ลูกจ้างเงินหมื่นปล่อยกู้ร้อยล้าน: นายศุภวัฒน์ซึ่งมีเงินเดือนเพียง 9,000 บาท แต่กลับปล่อยกู้ให้บริษัทศิลาชัยรวม 345 ล้านบาท โดยไม่มีดอกเบี้ย และไม่พบฐานรายได้ที่เพียงพอรองรับ
-รายได้ก้าวกระโดด: ในช่วงปี 2562-2566 ที่นายศักดิ์สยามดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม รายได้ของ หจก.บุรีเจริญฯ เพิ่มขึ้นจากปีละประมาณ 200 ล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 2,500 ล้านบาท จากโครงการภาครัฐถึง 145 โครงการ
อัด ป.ป.ช. สองมาตรฐาน—ลดเกรดความน่าเชื่อถือองค์กร
ต่อประเด็นที่ ป.ป.ช. อ้างว่าคดีนี้เป็นคนละเรื่องกับคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ทนายอั๋น เผยต่อว่า พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 167 กำหนดชัดว่าการจงใจยื่นบัญชีเท็จหรือปกปิดข้อมูลมีความผิด และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันทุกองค์กรตามมาตรา 211 ป.ป.ช. จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำสำนวนและเส้นทางการเงินมาพิจารณาให้ครบถ้วน
“ผมมองว่า ป.ป.ช. ทำงานสองมาตรฐาน คดีที่ผมร้องเรียนค้างมาหลายปีกลับไม่คืบหน้า มติครั้งนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรตรวจสอบทุจริตลดลงอย่างมาก” ทนายอั๋น กล่าว
ทนายอั๋น เผยตบท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อ เพื่อให้ตั้งคณะไต่สวนอิสระตรวจสอบ ป.ป.ช. ต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะสู้ต่อ แม้จะมีข่าวว่ามีการตรวจสอบประวัติของตนและครอบครัวก็ตาม
#ทนายอั๋น #ศักดิ์สยาม #ปปช #ซุกหุ้น #บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น #ตรวจสอบทุจริต #สองมาตรฐาน #การเมืองไทย #ล่ารายชื่อถอดถอน #NationOnline
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เคลียร์ชัด! ป.ป.ช. แจงยิบ มติเอกฉันท์ "ศักดิ์สยาม" รอดคดี "ซุกหุ้น" ชี้ได้งานรัฐ 27 สัญญาต่อปี ไม่มากผิดปกติ