เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทนายอั๋น" บุกยื่น ป.ป.ช. คัดค้านมติยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปม "ซุกหุ้น" จ่อล่า 2 หมื่นชื่อตรวจสอบทั้งคณะ!

23 เม.ย. 2569

"ทนายอั๋น" บุกยื่น ป.ป.ช. คัดค้านมติยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปม "ซุกหุ้น" จ่อล่า 2 หมื่นชื่อตรวจสอบทั้งคณะ!

"ทนายอั๋น" บุกยื่น ป.ป.ช. คัดค้านมติยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปม "ซุกหุ้น" แฉพิรุธรายได้พุ่ง 2.5 พันล้าน จ่อล่า 2 หมื่นชื่อตรวจสอบทั้งคณะ!

23 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อคัดค้านมติยกคำร้องกรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถูกร้องปมถือครอง หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

 

 

"ทนายอั๋น" บุกยื่น ป.ป.ช. คัดค้านมติยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปม "ซุกหุ้น" จ่อล่า 2 หมื่นชื่อตรวจสอบทั้งคณะ!

 

 

 

ทนายอั๋น ระบุว่า มติของ ป.ป.ช. ในครั้งนี้ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 อย่างชัดเจน ซึ่งศาลเคยชี้จากพฤติการณ์และเส้นทางการเงินว่า แม้จะมีชื่อนายศุภวัฒน์เป็นผู้ถือหุ้น แต่แท้จริงแล้วเป็นการถือครองแทนนายศักดิ์สยาม เนื่องจากพบเงินหมุนเวียนกลับไปยังนายศักดิ์สยามและบริษัทศิลาชัย ดังนั้น หจก.บุรีเจริญฯ จึงถือเป็นทรัพย์สินของนายศักดิ์สยามที่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สิน หากไม่แจ้งย่อมเข้าข่าย “ปกปิดทรัพย์สิน” ตามกฎหมาย ป.ป.ช.

 

 

 

 

 

แฉพิรุธเงินหมุนเวียน-รายได้พุ่งกระฉูดในช่วงเป็นรัฐมนตรี


โดย ทนายอั๋นได้ ตั้งข้อสังเกตถึงธุรกรรมที่ผิดปกติหลายประเด็น อาทิ 

 

-ธุรกรรมสายฟ้าแลบ: พบเงิน 35 ล้านบาท โอนจากนายศักดิ์สยามเข้าบริษัทและโอนกลับภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที

-ลูกจ้างเงินหมื่นปล่อยกู้ร้อยล้าน: นายศุภวัฒน์ซึ่งมีเงินเดือนเพียง 9,000 บาท แต่กลับปล่อยกู้ให้บริษัทศิลาชัยรวม 345 ล้านบาท โดยไม่มีดอกเบี้ย และไม่พบฐานรายได้ที่เพียงพอรองรับ

-รายได้ก้าวกระโดด: ในช่วงปี 2562-2566 ที่นายศักดิ์สยามดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม รายได้ของ หจก.บุรีเจริญฯ เพิ่มขึ้นจากปีละประมาณ 200 ล้านบาท พุ่งทะยานสู่ 2,500 ล้านบาท จากโครงการภาครัฐถึง 145 โครงการ

 

 

 

"ทนายอั๋น" บุกยื่น ป.ป.ช. คัดค้านมติยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปม "ซุกหุ้น" จ่อล่า 2 หมื่นชื่อตรวจสอบทั้งคณะ!

 

 

 

อัด ป.ป.ช. สองมาตรฐาน—ลดเกรดความน่าเชื่อถือองค์กร

 

ต่อประเด็นที่ ป.ป.ช. อ้างว่าคดีนี้เป็นคนละเรื่องกับคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

 

ทนายอั๋น เผยต่อว่า พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 167 กำหนดชัดว่าการจงใจยื่นบัญชีเท็จหรือปกปิดข้อมูลมีความผิด และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันทุกองค์กรตามมาตรา 211 ป.ป.ช. จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนำสำนวนและเส้นทางการเงินมาพิจารณาให้ครบถ้วน

 

“ผมมองว่า ป.ป.ช. ทำงานสองมาตรฐาน คดีที่ผมร้องเรียนค้างมาหลายปีกลับไม่คืบหน้า มติครั้งนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรตรวจสอบทุจริตลดลงอย่างมาก” ทนายอั๋น กล่าว

 

ทนายอั๋น เผยตบท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อประชาชน 20,000 รายชื่อ เพื่อให้ตั้งคณะไต่สวนอิสระตรวจสอบ ป.ป.ช. ต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะสู้ต่อ แม้จะมีข่าวว่ามีการตรวจสอบประวัติของตนและครอบครัวก็ตาม 

 

 

"ทนายอั๋น" บุกยื่น ป.ป.ช. คัดค้านมติยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" ปม "ซุกหุ้น" จ่อล่า 2 หมื่นชื่อตรวจสอบทั้งคณะ!

 

 


#ทนายอั๋น #ศักดิ์สยาม #ปปช #ซุกหุ้น #บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น #ตรวจสอบทุจริต #สองมาตรฐาน #การเมืองไทย #ล่ารายชื่อถอดถอน #NationOnline

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เคลียร์ชัด! ป.ป.ช. แจงยิบ มติเอกฉันท์ "ศักดิ์สยาม" รอดคดี "ซุกหุ้น" ชี้ได้งานรัฐ 27 สัญญาต่อปี ไม่มากผิดปกติ