นอกจากนี้ ฟีฟ่า ยังได้สปอนเซอร์รายใหม่เพิ่มขึ้นในปีนี้จากสาขาธุรกิจใหม่ อาทิ บริษัท อัลโกแรนด์ (Algorand) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการบล็อกเชน และแพลตฟอร์มซื้อขายเงินคริปโต ทั้งยัง เป็นสปอนเซอร์สัญชาติอเมริกันรายใหม่รายแรกของ "ฟีฟ่า" ในรอบ 10 กว่าปี
สำหรับข้อตกลงเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 นี้ ถือเป็นข้อตกลงที่ทำไว้ตั้งแต่ยุคที่ นายเซ็ป แบลตเทอร์ ซึ่งเป็นประธานฟีฟ่าก่อนหน้านายอินฟานติโนได้ทำเอาไว้ โดย แบลตเทอร์ ได้ทำข้อตกลงถ่ายทอดการแข่งขันไว้สำหรับการแข่งขันที่รัสเซียในปี 2018 และบอลโลกปีนี้ (2022) ที่กาตาร์ ซึ่งครบคลุมถึงข้อตกลงที่ทำกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ในสหรัฐอเมริกา และสถานีโทรทัศน์ บีอิน สปอร์ตส์ ของกาตาร์
ในส่วนที่ฟีฟ่าต้องจ่ายนั้น ได้แก่
- ค่าคณะกรรมการจัดงานของเจ้าภาพ
- ค่าเงินรางวัล
- ค่าเดินทางและที่พักสำหรับทีมฟุตบอลที่เข้าแข่งขัน
- และค่าใช้จ่ายของทีมงานสนับสนุน
นอกจากนี้ ยังมีเงินที่ฟีฟ่าจ่ายให้ประเทศเจ้าภาพเป็นกองทุนสำหรับพัฒนาการกีฬาภายในประเทศหลังจากที่การแข่งขันสิ้นสุดลงด้วย
สำหรับทีมฟุตบอลที่ชนะการแข่งขันในปีนี้จะได้รับเงินรางวัล 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,575 ล้านบาท) จากงบเงินรางวัลที่มีทั้งสิ้น 440 ล้านดอลลาร์ หรือราว 15,752 ล้านบาท
ฟีฟ่า จัดทำงบดุลการเงินทุกรอบ 4 ปีที่จัดฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง โดยในงบปี 2015-2018 ซึ่งเป็นของปีที่จัดฟุตบอลโลกที่ รัสเซีย ฟีฟ่าทำรายได้ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินที่ถูกนำมาใช้พยุงสถานะทางการเงินของบรรดาชาติสมาชิกฝ่าฟันความยากลำบากของปี 2020
ทั้งนี้ ฟีฟ่า คาดหมายทำรายได้แตะถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 4 ปีข้างหน้า จากการดำเนินกลยุทธ์ใหม่ๆด้านการเงินสำหรับฟุตบอลหญิง และฟุตบอลโลกปี 2026 (พ.ศ.2569) ที่ขยายครอบคลุม 3 ประเทศอเมริกาเหนือ คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งนั่นจะทำให้มีทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขันถึง 48 ทีม จากปัจจุบันที่มี 32 ทีม