"ฟุตบอลโลก 2022" ที่ประเทศกาตาร์ ยังมีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ บรรดากัปตันทีมจากหลายชาติได้ก่อตั้งแคมเปญ "One Love" เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LGBTQ+ โดยกัปตันแต่ละทีมจะสวมปลอกแขนสีรุ้งและสัญลักษณ์ของแคมเปญลงสนาม
ล่าสุดก่อนเกมการแข่งขันคืนนี้จะเริ่มขึ้น ทั้ง แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ต่างแสดงจุดยืนว่า จะสวมปลอกแขนดังกล่าวลงสนามในคืนนี้
อย่างไรก็ตาม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้แจ้งเตือนบรรดาชาติที่ประกาศร่วมแคมเปญนี้ว่า การสวมปลอกแขนดังกล่าวลงสนามเป็นเรื่องที่ผิดกฏ โดยกฏของฟีฟ่าเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายระบุว่า ในการแข่งขันทั้งผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ช จะสวมใส่ได้ก็แต่เฉพาะเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตจาก ฟีฟ่า เท่านั้น แต่ปลอกแขน One Love นี้ ไม่อยู่ในข่าย ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษใบเหลืองทันทีที่ผู้ตัดสินเห็น หรืออาจโดนใบเหลืองได้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเขี่ยลูก
ทันทีที่ทราบการเตือนของฟีฟ่า เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค กล่าวว่า "ผมจะใส่ปลอกแขน One Love, มุมมองของเรายังคงเหมือนเดิม และถ้าผมโดนใบเหลืองจากเรื่องนี้ก็คงต้องมีการพูดคุยกันหน่อย เพราะผมไม่ชอบเล่นโดยมีใบเหลืองติดตัว"
ขณะที่ แฮร์รี่ เคน กล่าวว่า "ผมคิดว่าเราแสดงออกชัดเจนแล้วว่าเราต้องการใส่ปลอกแขนนี้"
ทั้งนี้ กาตาร์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันเป็นเรื่องผิดกฏหมาย ทำให้ถูกโจมตีอย่างหนักกับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งนี้
*** อย่างไรก็ตามล่าสุดกัปตันของทุกทีมมีมติกลับลำ ไม่ใช้ปลอกแขนดังกล่าวแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามกฎฟีฟ่า