ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ปทุมรัตต์ ระบุอีกว่า ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิกอยู่จำนวนทั้งสิ้น 2,111 ราย มีอาชีพหลักการทำนาปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งปลูกได้ปีละครั้ง โดยแต่ละรายก็จะเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริมเกือบทุกครัวเรือน จึงเห็นว่าหากมีการส่งเสริมเลี้ยงอย่างจริงจัง น่าจะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ ให้กับสมาชิกเป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นจากโครงการโคพม่า 30 ราย โคนมตัวผู้ 50 ราย และโคเป็นทุน 227 ราย แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกไป เนื่องจากประสบปัญหาการขาดทุน
“ที่สนใจโคขุนหนองสูง เพราะมีตลาดชัดเจน รับซื้อโคในราคาประกัน เพียงตอนนี้สมาชิกยังไม่ค่อยมั่นใจ จึงต้องรอดูสถานการณ์สักระยะ จากเกษตรกรที่เราคัดเลือกมาเป็นต้นแบบ 10 รายนี้ก่อน”
นางปราณี ย้ำด้วยว่า นอกจากโครงการโคขุนหนองสูงแล้ว สหกรณ์ยังส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา ที่ผ่านมามีการส่งเสริมปลูกแตงกวา ฟักทอง แต่ราคาจำหน่ายไม่ค่อยแน่นอน เพราะต้องซื้อขายพ่อค้าคนกลาง ล่าสุดส่งเสริมปลูกพริกแดงส่งโรงงานผลิตซอส ซึ่งเพิ่งดำเนินการเป็นปีแรก โดยทางโรงงานได้รับซื้อในประกันราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 16 บาท ขณะนี้มีสมาชิกให้ความสนใจจำนวน 40 ราย โดยใช้ระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 3 เดือน
“โครงการนี้เพิ่งทำมาปีแรก เป็นการปลูกพืชหลังนา แต่ถ้าใครมีที่ดอนก็ปลูกทั้งปีก็ได้ ผลผลิตที่ได้ก็จะส่งโรงงานผลิตซอสพริก ก่อนหน้านี้เขาปลูกแตงกว่า ฟักทองกันอยู่แล้ว แต่ว่าตลาดและราคาไม่ค่อยจะแน่นอน ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ส่วนสหกรณ์ก็จะดูแลในการรวบรวมผลผลิต ส่วนเงินลงทุน ถ้าสมาชิกรายใดมีทุนเพียงพอ ก็ดำเนินการเองได้ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถกู้เงินสหกรณ์ดอกเบี้ยต่ำได้เช่นกัน แล้วแต่สมาชิกจะเลือกตามความเหมะสมของแต่ละราย” ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ปทุมรัตต์ กล่าวย้ำ