น.ส.ศรีสุวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ผู้พิการแขนและขาตั้งแต่กำเนิด บอกว่า ได้รับหนังสือทวงหนี้จากสหกรณ์การเกษตรนางรอง 2 ฉบับ โดยในหนังสือสัญญาระบุยอดเงินที่กู้ฉบับแรกปี 2549 จำนวนเงินต้น 390,000 บาท รวมดอกเบี้ยจะเป็นเงิน 772,272 บาท และหนังสือสัญญาฉบับที่ 2 ปี 2550 เงินต้น 35,000 บาท รวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 680,101 บาท รวมเงินต้นและดอกเบี้ย 118,481 บาท โดยมียอดทวงมาทั้งหมด 17 ปี รวมยอดที่ต้องชำระทั้งสิ้นประมาณ 1,312,949 บาท
ในหนังสือระบุให้ชำระหนี้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2566 หากเพิกเฉยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ก็ตกใจและเครียดมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะไปกู้หรือค้ำ เพราะตนเองไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตรนางรอง และไม่เคยกู้หรือค้ำประกันใดๆ กับทางสหกรณ์เลย เชื่อว่าน่าจะเกิดความผิดพลาดแน่นอน จึงอยากให้เร่งตรวจสอบและแก้ไขด้วย
นางทิวารดี (สงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี ผู้สูงอายุบ้านหนองงูเหลือม เป็นอีกรายที่ได้รับหนังสือทวงหนี้จากสหกรณ์ เล่าว่า เพิ่งได้รับหนังสือทวงหนี้จากสหกรณ์การเกษตรนางรอง วันที่ 18 สิงหาคม 2566 จำนวน 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นสัญญากู้ยืม เมื่อปี 2549 ยอดกู้ 40,000 บาท และอีก 1 ฉบับ เป็นสัญญากู้เงินปี 2550 มียอดกู้ 35,000 บาท ทั้งสองยอดรวมกันเป็นเงิน 75,000 บาท
“ตกใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ และไม่เคยกู้ จึงอยากให้มีการตรวจสอบช่วยเหลือด้วย”