ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ (ใหม่) ในวงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ ทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดชำระ ชำระเงินกู้เดิมของบริษัทฯ และใช้ในการดำเนินงานหรือเป็นเงินทุนและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ ซึ่งอายุหุ้นกู้ไม่เกิน 15 ปีนับตั้งแต่ออกหุ้นกู้ในแต่ละคราว ส่วนอัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในขณะที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้หรือตามข้อตกลงและเงื่อนไขของหุ้นกู้ที่ได้ออกในคราวนั้น
"สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 บริษัทฯคาดว่าจะมีรายได้รวมราว 40,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 27,546 ล้านบาท ซึ่งรายได้กว่า 50% หรือราว 20,000 ล้านบาท จะมาจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจอื่น อาทิ ธุรกิจไบโอดีเซล ธุรกิจโรงไฟฟ้า ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ เป็นต้น โดยประเมินว่า ปีนี้จะมีการทยอยส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์กว่า 4,000 คัน ทั้งรถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า กระบะไฟฟ้า รวมไปถึงรถขยะไฟฟ้า เป็นต้น สอดคล้องกับความต้องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการลดคาร์บอนมากขึ้น จึงเริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น" นายอมร กล่าว
ขณะที่โรงประกอบยานยนต์ไฟฟ้าในส่วนของโรงงาน AAB ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่การผลิตของโรงงานประมาณ 55,000 ตารางเมตร มีกำลังการผลิตที่ 3,000 คันต่อปี (1 กะ) หากผลิตเต็มกำลังการผลิตจะประกอบรถไฟฟ้าได้ 9,000 คัน ยังสามารถรองรับการผลิตได้อีกมาก และปัจจุบันมีการผลิตอยู่ที่ 3,600 คันต่อปี โดยไตรมาส 1/2566 บริษัทฯ คาดว่าจะมีการส่งมอบรถบัสไฟฟ้าได้กว่า 500 คัน