นอกจากนี้ สาเหตุที่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจกัญชาสูงก็เพราะว่า ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการปลดล็อกกัญชา กลายเป็นกัญชาเสรี ซึ่งการปลดล็อกนี้มีผลต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก โดยในประเทศต่าง ๆ ที่มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกฏหมายนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ประเทศที่รองรับใช้มีการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น มีทั้งหมด 33 ประเทศ 2. ประเทศที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการ มี 6 ประเทศ และประเทศที่มีการรับรองกัญชาอย่างเสรี มี 36 ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้มีกลุ่มนักลงทุนมองเห็นว่าประเทศไทยอาจจะกลายเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมกัญชา และเลือกที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศของเราก็เป็นได้ เมื่อมีเงินทุนเข้ามาหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ ของประเทศเราเติบโตขึ้นด้วย เพราะกัญชานั้นเกี่ยวพันไปในหลาย ๆ ธุรกิจและอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ อุตสหกรรมสิ่งทอ อุตสหกรรมกระดาษ อุสหกรรมยานยนต์ การผลิตฉนวนกันความร้อน และยังมีอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้ามีการลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชามาขึ้น ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่นก็น่าจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ไปด้วยเช่นกัน
การคาดการณ์ตลาดกัญชาในอนาคต
หลังจากที่มีการประกาศกฏหมายเพื่อปลดล็อกกัญชามาระยะเวลาหนึ่งแล้ว สถาการณ์ของตลาดกัญชาก็มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายคนได้มีการคาดเดาแนวโน้มการเจริญเติมโตของอุตสหกรรมกัญชาอยู่ตลอด ซึ่งนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไดเปิดเผยว่า ข้อมูลจากเดือนเมษายน 2565 ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกกัญชา กัญชงกว่า 7,500 ไร่ ทำให้มีมูลค่าของตลาดอุตสาหกรรมต้องแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมากถึง 28,000 ล้านบาท โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกต้นกัญชา แต่การแบ่งส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงสารสกัดเข้มข้นจากกัญชา นอกจากนี้ยังมียารักษาโรค อาหารเสริม อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการผลิตและจัดจำหน่ายอบ่างต่อเนื่อง ทำให้มีการคาดการณ์ว่า มุลค่าของตลาดในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะสามารถเติบโตได้มากถึง 10-15% หรือมีมูลค่าสูงถึง 42,500 ล้านบาท
กฏหมายกัญชาเพื่อรากฐานหรือผูกขาด
แม้ว่านโยบายกัญชาเสรีจะดูเหมือนเป็นนโยบายที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยรากฐานหรือเกษตรกรผู้ผลิตซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของอุตสหกรรมนี้ แต่ก็ยังต้องรอร่างกฏหมายที่ออกมาให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วต้องมาดูกันอีกที่ว่ากฏหมายที่ประกาศออกมานั้น จะเป็นกฏหมายที่ช่วยเหลือเกษตรกรจริง ๆ หรือเอื้ให้เกิดการผูกขาดจากกลุ่มนายทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่รัฐบาลออกกฏหมายมาควบคุมและมีการให้เอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วม สิ่งที่จะตามมาก็คือปัญหาการกินรวบจากเอกชนที่เป็นกลุ่มคนที่มีทุนหนา สามารถลงทุนได้อย่างเต็มที่ แตกต่างจากเกษตรกร หรือชาวบ้านทั่วไปที่ร่วมกันลงทุนจัดตั้งรัฐวิสาหกิจชุมชนที่มีไม่ทุนมากพอที่จะไปสู้กับกลุ่มนายทุนใหญ่ สุดท้ายเมื่อลงมาแข่งในสนามเดียวกัน ก็สู้ไม่ได้ ต้องแพ้ไป ตลาดของอุตสาหกรรมกัญชาก็จะกลายเป็นเรื่องของนักลงทุน ผู้ที่มีเงินมากว่าก็ชนะ เกษตรกรหรือชาวบ้านทั่วไปก็ยังคงต้องก้มหน้ายอมรับผลเช่นเดิม ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับจุดประสงค์ของการมีนโยบายกัญชาเสรี จึงต้องคาดหวังว่ากฏหมายที่จะออกมานั้น ต้องเอื้อให้กับรากฐาน หรือเกษตรกรผู้เป็นต้นน้ำของการผลิตในอุตสาหกรรมกัญชานี้อย่างแท้จริง
ถึงแม้ว่าการประกาศปลดล็อกกัญชายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่ยังไม่แน่นอน แต่จากการคาดเดาแนวโน้มทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ แหล่งต่างก็มองไปในทางเดียวกันว่า ธุรกิจและอุตสาหกรรมกัญชานั้นยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปได้ด้วยดี สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนใประเทศของเราได้ และยังมีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกัญชาเจริญเติบโตตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องรอดูผลในอนาคตกันต่อไป ส่วนใครที่อยากอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ Bloom แหล่งรวมผลิตภัณฑ์กัญชาและ CBD ชั้นนำในประเทศไทย เราจำหน่ายสินค้าที่ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองตามกฎหมาย