เนชั่นทีวี

ข่าว

โอกาสทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมกัญชา

29 ธ.ค. 2565 | bhamstar1

โอกาสทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมกัญชา

ตั้งแต่มีการประกาศกฏหมายปลดล็อกกัญชาออกมา ก็มีทั้งกระแสที่คัดค้านและสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นการถกเถียงกันของทั้ง 2 ฝ่าย และยังยากที่จะหาข้อสรุปที่ลงตัวได้ แต่ถ้ามองในมุมมองของภาคเศรษฐกิจ ก็จะเห็นว่าอุตสาหกรรมกัญชานั้นเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีมาก ๆ ซึ่งหลาย ๆ คนก็เริ่มมองหาโอกาสที่จะเข้ามาร่วมในอุตสาหกรรมนี้ และจะมีแนวโน้มหรือทิศทางไปในทางไหนบ้าง ต้องมาดูกัน

จุดเริ่มต้นของ กัญชาเสรี

     แนวคิดของนโยบายกัญชาเสรีนั้นมีความเชื่อมาจากการตั้งเป้าเพื่อพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจจากรากฐาน ซึ่งรากฐานที่ว่าก็คือกลุ่มเกษตรกรที่ทำการเพาะกัญชานั่นเอง ถ้ามีการปลดล็อกกัญชา และทำให้กัญชากลายมาเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ เกษตรกรผู้เพาะปลูกก็จะได้ผลประโยชน์จากตรงจุดนี้ไปด้วย จึงทำให้มีการร่างนโยบายกัญชาเสรีขึ้นมา หลาย ๆ ฝ่ายได้หารหรือและหาข้สรุปต่าง ๆ จนสุดท้ายก็ได้ประกาศปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา แต่ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศปลดล็อกออกมาแล้วก็ยังมีเสียงคัดค้านอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะกฏหมายที่จะนำมาบังคับใช้ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้หลาย ๆ คนนำกัญชามาใช้แบบผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี จึงจำเป็นจะต้องมีการร่างพระราชบัญญัติกัญชาออกมาให้ชัดเจนเสียก่อน ถึงจะทำให้การเข้าถึงกัญชานั้นมีประสิทธิภาพ ถูกกฏหมาย และสามารถควบคุมการนำไปใช้เพื่อประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการหรือนำไปเป็นสารเสพติด

ส่วนไหนของกัญชาที่นำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง

     เมื่อมีการประกาศปลดล็อกกัญชาออกมาแล้ว และสามารถนำมาใช้งานได้อย่างถูกกฏหมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดต่าง ๆ ที่สำคัญและผู้ที่ต้องการใช้กัญชาจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนใช้ เพราะยังมีส่วนที่ใช้แล้วผิดกฏหมายอยู่ ถ้าไม่ศึกษาให้ดี อาจจะมีความผิดได้ โดยส่วนที่ใช้ได้ของกัญชาและไม่ถือว่าเป็นสารเสพติดก็คือ เปลือก เส้นใย ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ราก กาก สารสกัดที่มี่ THC ไม่เกิน 0.2% และน้ำมันสกัดจากเมล็ด ส่วนที่นำมาใช้ไม่ได้ และถือว่าเป็นสารเสพติดคือ เมล็ดกัญชาและช่อดอก ถ้ามีการการนำมาใช้ หรือมีไว้ในครอบครอบก็จะถือว่าผิดกฏหมายทันที ดังนั้น ก่อนจะนำกัญชามาใช้งาน ควรเลือกใช้ให้ถูกต้อง ถูกวิธี และห้ามนำมาใช้เพื่อเป็นการเสพติดเด็ดขาด

ความน่าลงทุนในตลาดกัญชา

     อันดับแรกที่ทำให้ตลาดกัญชาน่าลงทุนมาก ๆ ก็คือการที่รัฐบาลประกาศปลดล็อกกัญชานั่นเอง เพราะหมายถึงว่ารัฐจะต้องมองเห็นโอกาสที่จะสามารถทำเงินจากตลาดกัญชานี้ได้ แถมตัวกัญชาเองก็ยังเป็นพืชที่มีความต้องการจากตลาดสูงด้วย โดยเฉพาะในด้านการแพทย์ที่ยังมีการวิจัยและต้องการนำเอากัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลาย ๆ คนมองเห็นโอกาสและช่องทางที่จะเข้ามาร่วมเล่นในตลาดนี้ และถ้าใครสามารถหาแนวทางในการเปิดตลาดสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกัญชาและมีความแปลกใหม่เป็นเจ้าแรกได้ ก็จะยิ่งได้ประโยชน์จากตรงนี้อย่างมากมายมหาศาลแน่นอน ทำให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กก็พยายามเข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้กันอย่างดุเดือด นอกจากเศรษฐกิจภายในประเทศแล้ว ในต่างประเทศกระแสความมาแรงของตลาดกัญชาก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน แถมยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงมาก จากข้องมูล The Global Cannabis Report ของ Prohibition Partners ได้มีการรายงานว่า ตลาดกัญชาของทั่วโลกมีแนวโน้มว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2567 ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.03 แสนล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นแนวโน้มการเจริญเติบโตมีมีมูลค่าสูงมาก แต่ก็เพราะว่ามีความต้องการใช้งานกัญชาในอัตราที่สูงมาก ทั้งทางด้านการแพทย์และการนันทนาการ ทำให้ตลาดกัญชามีความต้องการสูงมากแบบนี้

โอกาสทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมกัญชา

     นอกจากนี้ สาเหตุที่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจกัญชาสูงก็เพราะว่า ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการปลดล็อกกัญชา กลายเป็นกัญชาเสรี ซึ่งการปลดล็อกนี้มีผลต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก โดยในประเทศต่าง ๆ ที่มีการอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างถูกฏหมายนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. ประเทศที่รองรับใช้มีการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น มีทั้งหมด 33 ประเทศ 2. ประเทศที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการ มี 6 ประเทศ และประเทศที่มีการรับรองกัญชาอย่างเสรี มี 36 ประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้มีกลุ่มนักลงทุนมองเห็นว่าประเทศไทยอาจจะกลายเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมกัญชา และเลือกที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศของเราก็เป็นได้ เมื่อมีเงินทุนเข้ามาหมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ ของประเทศเราเติบโตขึ้นด้วย เพราะกัญชานั้นเกี่ยวพันไปในหลาย ๆ ธุรกิจและอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ อุตสหกรรมสิ่งทอ อุตสหกรรมกระดาษ อุสหกรรมยานยนต์ การผลิตฉนวนกันความร้อน และยังมีอื่น ๆ อีกมากมาย ถ้ามีการลงทุนในอุตสาหกรรมกัญชามาขึ้น ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอื่นก็น่าจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ไปด้วยเช่นกัน

การคาดการณ์ตลาดกัญชาในอนาคต

     หลังจากที่มีการประกาศกฏหมายเพื่อปลดล็อกกัญชามาระยะเวลาหนึ่งแล้ว สถาการณ์ของตลาดกัญชาก็มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายคนได้มีการคาดเดาแนวโน้มการเจริญเติมโตของอุตสหกรรมกัญชาอยู่ตลอด ซึ่งนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไดเปิดเผยว่า ข้อมูลจากเดือนเมษายน 2565 ประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกกัญชา กัญชงกว่า 7,500 ไร่ ทำให้มีมูลค่าของตลาดอุตสาหกรรมต้องแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมากถึง 28,000 ล้านบาท โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกต้นกัญชา แต่การแบ่งส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงสารสกัดเข้มข้นจากกัญชา นอกจากนี้ยังมียารักษาโรค อาหารเสริม อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการผลิตและจัดจำหน่ายอบ่างต่อเนื่อง ทำให้มีการคาดการณ์ว่า มุลค่าของตลาดในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะสามารถเติบโตได้มากถึง 10-15% หรือมีมูลค่าสูงถึง 42,500 ล้านบาท

 

โอกาสทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมกัญชา

กฏหมายกัญชาเพื่อรากฐานหรือผูกขาด

     แม้ว่านโยบายกัญชาเสรีจะดูเหมือนเป็นนโยบายที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยรากฐานหรือเกษตรกรผู้ผลิตซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของอุตสหกรรมนี้ แต่ก็ยังต้องรอร่างกฏหมายที่ออกมาให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วต้องมาดูกันอีกที่ว่ากฏหมายที่ประกาศออกมานั้น จะเป็นกฏหมายที่ช่วยเหลือเกษตรกรจริง ๆ หรือเอื้ให้เกิดการผูกขาดจากกลุ่มนายทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่รัฐบาลออกกฏหมายมาควบคุมและมีการให้เอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วม สิ่งที่จะตามมาก็คือปัญหาการกินรวบจากเอกชนที่เป็นกลุ่มคนที่มีทุนหนา สามารถลงทุนได้อย่างเต็มที่ แตกต่างจากเกษตรกร หรือชาวบ้านทั่วไปที่ร่วมกันลงทุนจัดตั้งรัฐวิสาหกิจชุมชนที่มีไม่ทุนมากพอที่จะไปสู้กับกลุ่มนายทุนใหญ่ สุดท้ายเมื่อลงมาแข่งในสนามเดียวกัน ก็สู้ไม่ได้ ต้องแพ้ไป ตลาดของอุตสาหกรรมกัญชาก็จะกลายเป็นเรื่องของนักลงทุน ผู้ที่มีเงินมากว่าก็ชนะ เกษตรกรหรือชาวบ้านทั่วไปก็ยังคงต้องก้มหน้ายอมรับผลเช่นเดิม ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับจุดประสงค์ของการมีนโยบายกัญชาเสรี จึงต้องคาดหวังว่ากฏหมายที่จะออกมานั้น ต้องเอื้อให้กับรากฐาน หรือเกษตรกรผู้เป็นต้นน้ำของการผลิตในอุตสาหกรรมกัญชานี้อย่างแท้จริง

     ถึงแม้ว่าการประกาศปลดล็อกกัญชายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่ยังไม่แน่นอน แต่จากการคาดเดาแนวโน้มทางเศรษฐกิจในหลาย ๆ แหล่งต่างก็มองไปในทางเดียวกันว่า ธุรกิจและอุตสาหกรรมกัญชานั้นยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปได้ด้วยดี สามารถดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนใประเทศของเราได้ และยังมีโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกัญชาเจริญเติบโตตามไปด้วย ซึ่งก็ต้องรอดูผลในอนาคตกันต่อไป ส่วนใครที่อยากอ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่เว็บไซต์ Bloom แหล่งรวมผลิตภัณฑ์กัญชาและ CBD ชั้นนำในประเทศไทย เราจำหน่ายสินค้าที่ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองตามกฎหมาย

ข่าวล่าสุด