ซึ่งเราพึ่งตลาดจีนเป็นหลัก เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยนโยบายเชิงรุกและเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน กำหนดมาตรการตั้งแต่เบื้องต้น 17+1 มาตรการ และแก้ปัญหาระบบโลจิสติกส์ ปรับจากทางบก มาใช้ทางเรือและทางอากาศมากขึ้น การส่งออกผลไม้คล่องตัวขึ้น ราคาพืชผลการเกษตรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคหนึ่ง เราเน้นวิสัยทัศน์หลักคิดแก้ปัญหาร่วมกับเอกชน เกษตรกร ทุกฝ่าย ทำรุกทำเร็วทำลึก ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อันดับ 1 คือพนักงาน อันดับ 2 คือเกษตรกร เพราะราคาพืชผลเกษตรดีทำให้มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย และถ้าพืชเกษตรราคาตกก็มีโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำมา 3 ปี ขึ้นปีที่ 4 แล้ว ทำให้เกษตรกรมีหลักประกันจากการขายในตลาดและเงินส่วนต่างจากรายได้ที่ประกัน ทำให้เม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบคล่องตัวขึ้น เป็นหลักให้เกษตรกรมั่นใจ และการท่องเที่ยวจะตั้งเป้าปีนี้นักท่องเที่ยว 10 ล้านคน จากเดิม 40 ล้านคน จะมาช่วยกระตุ้นเงินในประเทศได้ไม่น้อยและตัวเลขส่งออก เดือนกรกฎาคม 2565 +4.3% และ 7 เดือนแรก( ม.ค.-ก.ค.) +11.5% เราตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ 4% ซึ่งตอนนี้ยังเกินเป้าอยู่ นำเงินเข้าประเทศ 7 เดือน 5.774 ล้านล้านบาท ซึ่งไปได้ดีทุกหมวด แต่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมจะมีปัญหานิด เพราะติดขัดปัญหาภาคการผลิต ตรงตัวชิปหรือเซมิคอนดักเตอร์ที่ขาดแคลนทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างจีนกับไต้หวัน การระงับการส่งซิลิกาซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของตัวชิป จะกระทบการผลิตสินค้าขั้นต่อไป เนื่องจากจะผลิตได้น้อย เป็นสิ่งที่ต้องแก้ต่อไปพร้อมกับโลก
“จากนี้การส่งออกเหลืออีก 5 เดือน ตนสั่งการไปแล้วสำหรับทูตพาณิชย์ทั่วโลก กำหนดแผนปฏิบัติการที่ละเอียดชัดเจน “ทำได้ไวทำได้จริง” ในรูปแบบของกิจกรรม วางแผนในปี 65 ว่าจะทำกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกให้ได้ 185 กิจกรรม แต่ตอนนี้ปรับเพิ่มกิจกรรมให้การส่งออกทะลุเป้าให้มากที่สุดเพิ่มจาก 185 กิจกรรม เพิ่มอีก 345 กิจกรรม เป็น 530 กิจกรรม ช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันร่วมกับเอกชน เพื่อทำตัวเลขส่งออกนำเม็ดเงินเข้าประเทศเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ โดยวันที่ 14 กันยายนนี้ ตนจะประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกและจะเชิญเอกชนมาร่วมประชุมด้วย
ซึ่งอีกไม่กี่วันตนจะนำคณะไปซาอุดีอาระเบีย โดยเป้าหมายของตนมี 2 ข้อ 1.ไปขายของ เพราะตนเป็นหัวหน้าเซลล์แมนประเทศและมีภาคเอกชนที่จะเดินทางไปขายของให้กับซาอุดีอาระเบีย จำนวน 138 ราย จาก 90 บริษัท 2.จะไปซื้อปุ๋ย พาเอกชนไปซื้อปุ๋ยเงื่อนไขพิเศษจากซาอุดีอาระเบีย มาช่วยแก้ปัญหาปุ๋ยขาดให้มีปริมาณปุ๋ยพอสำหรับเกษตรกรใช้ และเจรจาให้มาเร่งรัดการตรวจโรงงานฮาลาลในประเทศไทย จากเดิมตรวจแล้ว 11 โรง จะเร่งให้มาตรวจอีก 25 โรง และอีกประเทศที่จะไปในตนเดือนหน้าคือมองโกเลีย เพื่อสร้างอนาคตไว้ให้กับประเทศ โดยไปขอตั้ง JTC (Joint Trade Committee )กับมองโกเลีย และได้พบกับนายกรัฐมนตรีของมองโกเลียด้วย และการค้าชายแดนตัวเลขยังดี 7 เดือนแรกปีนี้ +20% ทำเงินให้ประเทศ 376,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเดิมเปิดด่านได้ 57 ด่านจาก 96 ด่าน ตอนนี้เป็น 60 ด่านแล้ว และจะเร่งเปิดเพิ่มเพื่อให้การค้าชายแดนเดินต่อไปได้ “รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ภายในงานมีสมาคมการค้าและผู้ที่ได้รับรางวัลรวมทั้งหมด 31 โล่รางวัล ประเภทสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน 26 โล่รางวัล ได้แก่ รางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม จำนวน 6 โล่รางวัล รางวัลสมาคมการค้าดีเด่นรายมิติ จำนวน 20 โล่รางวัล และประเภทนายกและกรรมการศักยภาพดีเด่น จำนวน 5 โล่รางวัล ได้แก่ รางวัลนายกสมาคมการค้าดีเด่น จำนวน 2 โล่รางวัล และรางวัลกรรมการศักกยภาพดีเด่น จำนวน 3 โล่รางวัล