คุณนวลวรรณ ล่ำซำ ผู้บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมืองไทยประกันภัย อยู่เคียงข้าง และ อยู่คู่กับวงการฟุตบอลไทย มาอย่างยาวนาน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เรามีนโยบายชัดเจน ในการสนับสนุนวงการกีฬา โดยเฉพาะ ฟุตบอล ในฐานะกีฬาอันดับหนึ่งของประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าฟุตบอล ไม่ใช่แค่กีฬา แต่เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมต่อ ไปสู่มิติอื่น ๆ ทั้งในเรื่องของ สังคม , เศรษฐกิจ , การท่องเที่ยว และ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้คนทั้งหมด โดยเราให้การสนับสนุน ทีมชาติไทย ในทุกระดับ ทั้งฟุตบอลชาย , ฟุตบอลหญิง , ฟุตซอล และ สโมสรอาชีพในประเทศไทย รวมเกือบ 30 สโมสร รวมถึงฟุตบอลไทยลีก 2 ในปีล่าสุด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน ดังนั้น ปีนี้ จึงถือเป็นการต่อยอด ตามนโยบาย และ พันธกิจสำคัญของบริษัท เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่ง และ สนับสนุนให้ ฟุตบอลไทย ก้าวไปข้างหน้า ด้วยความมั่นคง แข็งแรง และ ยั่งยืนต่อไป”
ในงานมีการเชิญสื่อมวลชน, KOL และบุคคลสำคัญในวงการฟุตบอลมาร่วมงาน ได้แก่ กบ-สุเชาว์ นุชนุ่ม อดีตกัปตันที่พาทีมคว้าแชมป์ถ้วยนี้ถึง 5 สมัย และ ต้อง-ภานุวัฒน์ ใจยิ้ม (ต้องซุย) อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังด้านฟุตบอลไทย โดยทั้งสองท่านได้มาแบ่งปันประสบการณ์ที่น่าสนใจ สุเชาว์ นุชนุ่ม ได้เล่าถึงความรู้สึกและความท้าทายในฐานะนักกีฬาที่ลงสนามแข่งขันในรายการนี้ ส่วน ต้องซุย ได้สะท้อนมุมมองในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งที่ติดตามและเชียร์การแข่งขันในถ้วยแห่งศักดิ์ศรีฟุตบอลไทยนี้
สำหรับ “เมืองไทย CUP” ฤดูกาล 2025/26 จะเปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2568 เปิดโอกาสให้ทุกสโมสรไทยลีก ไม่ว่าจะทีมใหญ่หรือทีมเล็ก ได้ต่อสู้ในสนามเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีของตนเอง และทั้งหมดนี้ทำให้ถ้วยเมืองไทยคัพ กลายเป็น สัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของฟุตบอลไทย ทั้งจากไทยลีก 1, ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 เข้าร่วมแข่งขันในระบบน็อกเอาต์แบบแพ้คัดออก เริ่มจากรอบคัดเลือกที่ทีมจากไทยลีก 3 จะลงสนามเพื่อหาตัวแทนเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ก่อนจะรวมกับทีมจากไทยลีก 2 รวมเป็น 32 ทีม เพื่อชิงสิทธิ์เข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ร่วมกับสโมสรจากไทยลีก 1 ที่จะเข้ามาสมทบในรอบนี้
การแข่งขันจะดำเนินไปอย่างเข้มข้น ตั้งแต่รอบ 32 ทีม รอบ 16 ทีม รอบก่อนรองชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ จนถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยทุกนัดจะเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออกเพื่อหาทีมที่คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์ถ้วย “เมืองไทย CUP” ในฤดูกาลนี้
ทีมแชมป์จะได้รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลจำนวน 5,000,000 บาท และจะได้สิทธิ์ไปแข่งขันศึก ชิงถ้วยสโมสรอาเซียน ในฤดูกาล 2026/27 ขณะที่ทีมรองชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลจำนวน 1,000,000 บาท