เนชั่นทีวี

ข่าว

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

02 เม.ย. 2569

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย ก่อกวนยั่วยุ ประชิดชายแดน ละเมิดข้อตกลง ทหารไทยจึงต้องปรับกำลัง นำรถสายพานลำเลียงพล M113 เข้าควบคุมพื้นที่

2 เมษายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ชายแดนไทย-กัมพูชา และพื้นที่ตรงข้ามโอร์เสม็ด ฝั่งกัมพูชา ว่า ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยในพื้นที่แล้ว พบว่า

 

1.มีเหตุการณ์ทหารกัมพูชา เข้ามาใกล้แนวลวดหนามในลักษณะไม่เหมาะสม และมีพฤติกรรมก่อกวนต่อกำลังพลฝ่ายไทย ส่งผลให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องปรับกำลัง และนำรถสายพานลำเลียงพล M113 เข้าควบคุมพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยกระดับ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อ 2 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568) อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักการวางกำลังตามแนวที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการยั่วยุ

 

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

 

2.กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนฝ่ายกัมพูชา (AOT) ลงพื้นที่ พบว่า ได้เข้าพื้นที่บริเวณกาสิโน พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอยู่ในฝั่งกัมพูชาเท่านั้น “ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยควบคุมหรือวางกำลัง” ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้กำหนดแนวและมาตรการควบคุมพื้นที่ไว้อย่างชัดเจนแล้ว

 

3.ประเด็นการประสานงาน ฝ่ายไทยยึดมั่นว่า การเข้าพื้นที่ของคณะ AOT ควรมีการประสานงานล่วงหน้าผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน เช่น RBC/JBC เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความเข้าใจที่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงสนับสนุนบทบาทของ AOT ในการตรวจสอบและส่งเสริมมาตรการลดความตึงเครียดตามถ้อยแถลงร่วม

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี

 

4.จุดยืนของประเทศไทย ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความเป็นมืออาชีพ อดทน และยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด คือ

•ไม่ยั่วยุ

•ไม่ยกระดับสถานการณ์

•มุ่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน

 

“ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรือยังไม่ได้รับการยืนยัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือระหว่างสองประเทศ”

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่า การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยเป็นไปตามกรอบถ้อยแถลงร่วม และคณะ AOT ไม่ได้เข้าพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม และไม่มีการยกระดับความตึงเครียด

 

“ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอให้ความมั่นใจว่า ฝ่ายไทยจะยังคงดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งสองประเทศ ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน”

 

 

ด้าน พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ หลังจากที่กองกำลังสุรนารีได้รายงานว่า เมื่อคืนวานนี้ (1 เม.ย.69) จนถึงรุ่งเช้าของวันนี้ (2 เม.ย.69) ตรวจพบทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธ มีพฤติการณ์ที่ขาดวินัย ดื่มสุราและเข้ายั่วยุใกล้แนววางกำลังของฝ่ายไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) และขัดขวางกระบวนการที่จะนำไปสู่สันติภาพตามแนวชายแดนอย่างชัดเจน ทำให้หน่วยทหารในพื้นที่ได้ทำการแจ้งเตือน พร้อมเสริมกำลังพลและเพิ่มการวางรั้วลวดหนามเสริมความแข็งแรง รวมทั้งได้นำยุทโธปกรณ์รถสายพานลำเลียงพล (M113) จำนวน 2 คัน เข้ามาวางกำลังในบริเวณพื้นที่ เพื่อป้องปรามสถานการณ์ที่อาจจะนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันเพิ่มเติมได้

 

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

 

นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยังได้ใช้กลไกของคณะทำงาน ในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ประสานการปฏิบัติระหว่างกันเป็นที่เรียบร้อย จนสถานการณ์ได้คลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ

 

โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ในทุกข้อ โดยได้มีการวางแนวกำลังในพื้นที่ควบคุมตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ในข้อ 2 เพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่อย่างเข้มงวดและไม่ประมาท ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพบกได้อำนวยความสะดวกให้กับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ประเทศไทย ในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 กองทัพบก โดยกองกำลังบูรพา ได้อำนวยความสะดวกให้คณะ AOT ประเทศไทย ลงพื้นที่สังเกตการณ์บริเวณบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามและรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

 

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งกัมพูชาก็ได้นำคณะ AOT กัมพูชา เข้าสังเกตการณ์บริเวณโอร์เสม็ด กรุงสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เมื่อ 29 มี.ค.69 เช่นเดียวกัน โดยเป็นการลงพื้นที่ตรวจติดตามเฉพาะในส่วนพื้นที่การวางกำลังของฝ่ายกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้มีการรุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด และก่อนการลงพื้นที่จริง ทางคณะประสานงานของกัมพูชาได้มีการประสานล่วงหน้ามายังคณะประสานงานของไทยเป็นที่เรียบร้อย

 

พบทหารกัมพูชาขาดวินัย บริเวณช่องจอม ทหารไทยปรับกำลังคุมพื้นที่

 

กองทัพบก ยืนยันในความพร้อมของหน่วยทหารในพื้นที่ชายแดน ที่ได้มีการจัดวางกำลังในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยเพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการปรับกำลังตอบโต้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสมในทันที ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในภารกิจของกองทัพบก โดยติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ จากช่องทางหลักของกองทัพบกและหน่วยงานราชการเท่านั้น เพื่อป้องกันข้อมูลที่บิดเบือนที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและสร้างความตื่นตระหนกได้ในสังคม