มัดรวมเหตุการณ์ “คริส - ปกรณ์วุฒิ” คู่นี้เกิดอะไรขึ้นในสภา
02 เม.ย. 2569

มัดรวมเหตุการณ์ระหว่าง “คริส – ปกรณ์วุฒิ” เกิดอะไรขึ้นในสภา ชนวนเหตุมาจากเรื่องอะไร จนกลายมาสู่การแถลงข่าว การออกแถลงการณ์ และการโพสต์ตอบโต้กัน
ข่าว
02 เม.ย. 2569

มัดรวมเหตุการณ์ระหว่าง “คริส – ปกรณ์วุฒิ” เกิดอะไรขึ้นในสภา ชนวนเหตุมาจากเรื่องอะไร จนกลายมาสู่การแถลงข่าว การออกแถลงการณ์ และการโพสต์ตอบโต้กัน
กลายเป็นช็อตเด็ดในสภาผู้ทรงเกียรติ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 2 สส. ต่างพรรค นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เดินเข้าไปหา นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ในการประชุมสภา วันที่ 2 เมษายน 2569
หลังจากที่ นายคริส อภิปรายพาดพิง สส.พรรคประชาชน ในวาระรายงานการเงินอุดหนุนกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ก่อนมีเพื่อน สส. มาช่วยเคลียร์
ขณะที่ สส.อีกท่าน ได้ชูสองนิ้ว และส่งสัญญาณ ให้ออกไปข้างนอกห้องประชุม โดยมีการอ่านภาษากาย ทำนอง ไปเจอกัน ข้างนอกดีกว่า
จากนั้น นายคริส แถลงข่าวกรณีที่มีปากเสียงกับ นายปกรณ์วุฒิ ระหว่างการอภิปรายรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า
เหตุเกิดขึ้นในห้องประชุมสภา ที่ตนประท้วง สส.พรรคประชาชน ว่า การอภิปรายไม่ควรอ่านสคริปท์ในที่ประชุม เพราะประชาชนจะเบื่อและไม่มีใครฟัง โดยเมื่อวาน (1 เม.ย.69) ตนไม่ได้กล่าวหาพรรคใด แต่พอตนนั่งลง อีกคนขึ้นพูดก็ตามสคริปท์แบบเดิม จึงยืนยันว่า ไม่ได้กล่าวหา สส.พรรคใด แต่วันนี้เชื่อว่า คงมีคนผูกใจเจ็บ
ขณะที่อภิปรายรายงานผลของกองทุน ซึ่ง นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ก็เอาเอกสารขึ้นมาอภิปราย ตนก็ประท้วง เพื่อไม่ให้เอาเอกสารมาอภิปราย แต่ก็เกิดปะทะคารมกัน เมื่อตนอภิปรายเสร็จและนั่งลง นายปกรณ์วุฒิ เดินปรี่เข้ามาที่นั่งของตน หลังจากนั้นตามมาอีก 10 คน มีการชี้หน้าตนหลายรอบ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และตนยังตกใจอยู่ และเหมือนกับบอกว่า ระวังตัวให้ดี และนายภัณฑิล ได้พูดใส่ไมค์ว่า สส.สมัยแรก ก็พองอย่างนี้แหละ
นายคริส บอกด้วยว่า รู้สึกถึงการคุกคามทางร่างกายและเสรีภาพ เพราะมี สส.พรรคประชาชนมาจับแขนตนด้วย ซึ่ง สส.พรรคประชาชนหลายคน ตนก็รู้จัก ทั้งนายปกรณ์วุฒิ และนายภัณฑิล แต่ตนไม่รู้ว่าเป็น สส.ก่อนตน และอาจจะโกรธ ซึ่งนายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ก็อยู่ด้านหน้า และนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ ยังบอกให้ตนนั่งลง แต่คนที่ไม่จบคือ สส.พรรคประชาชน
นายคริส ยืนยันว่า ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำดังกล่าวของนายปกรณ์วุฒิ ว่า เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่ เพราะหากทำผิดจริง กฎหมายบ้านเมืองจะดูว่าเข้าองค์ประกอบหรือไม่
ขณะที่ พรรคเศรษฐกิจ ออกแถลงการณ์เรื่อง ประณามพฤติกรรมคุกคามภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า
พรรคเศรษฐกิจขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการประณามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสถานที่อันทรงเกียรติและเป็นเวทีของการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน ผ่านผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง
จากเหตุการณ์ล่าสุดระหว่างการพิจารณารายงานของกองทุนต่าง ๆ ในที่ประชุมสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเศรษฐกิจได้ใช้สิทธิประท้วงตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 ซึ่งกำหนดให้การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น และห้ามมิให้นำเอกสารมาอ่านต่อที่ประชุม ทั้งนี้ การใช้สิทธิประท้วงดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกระบวนการรัฐสภาโดยสุจริตและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายทุกประการ
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการอภิปรายและการประท้วงดังกล่าว ได้เกิดพฤติกรรมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางส่วนที่มีลักษณะเดินเข้ามาเผชิญหน้าถึงที่นั่งของ สส. พรรคเศรษฐกิจ มีการชี้หน้า ใช้ถ้อยคำในลักษณะข่มขู่ และมีการแตะต้องร่างกาย ซึ่งพรรคเศรษฐกิจเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และเข้าข่ายเป็นการคุกคาม ทั้งในเชิงร่างกายและเสรีภาพของผู้แทนราษฎร
พฤติกรรมดังกล่าว มิใช่เพียงการแสดงความเห็นต่างทางการเมือง หากแต่เป็นการละเมิดบรรทัดฐานพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในระบอบรัฐสภา ซึ่งควรตั้งอยู่บนหลักของเหตุผล กติกา และความเคารพซึ่งกันและกัน การใช้การเผชิญหน้าในลักษณะคุกคามนอกรอบหลังการอภิปราย เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในสังคมประชาธิปไตย
พรรคเศรษฐกิจขอย้ำว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งมากี่สมัย ย่อมมีสถานะและสิทธิเท่าเทียมกันภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีสิทธิในการใช้กลไกของสภา รวมถึงการประท้วง เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ พรรคเศรษฐกิจมีความกังวลอย่างยิ่งต่อแนวโน้มของการอภิปรายที่ขาดคุณภาพ และการใช้สคริปต์รวมถึง AI ที่มิได้เกิดจากการศึกษาหรือการเตรียมการอย่างแท้จริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน หากปล่อยให้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการกำกับดูแล
พรรคเศรษฐกิจจึงขอเรียกร้องให้
1.ประธานในที่ประชุมบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม
2.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่ายเคารพกติกา และยุติพฤติกรรมที่มีลักษณะคุกคามหรือข่มขู่
3.มีการรักษามาตรฐานและศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎรให้สมกับความคาดหวังของประชาชน
พรรคเศรษฐกิจขอยืนยันว่า จะยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความสุจริต และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ และจะไม่ยอมให้พฤติกรรมที่บ่อนทำลายระบบรัฐสภาเช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติ จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ด้าน นายปกรณ์วุฒิ โพสต์ผ่าน X ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่า “ในฐานะที่ผมเป็นวิป การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องที่ปกติมากๆ ที่ผมก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภา
และในหลายๆ ครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทุกครั้งผมก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิป
เพราะผมคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกันด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกัน
ประเด็นในวันนี้ ที่ผมเดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะพรรคประชาชนโดยเฉพาะ และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส.พรรคอื่นๆ เลย
ผมจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่าการตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิกจะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดี
และผมบอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชนทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน.. ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆ เลยทั้งสิ้น
การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1 แถว เพื่อพูดคุย
สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือทาง สส.ทั้ง 3 คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง และพยายามส่งเสียงโวยวาย จึงทำให้มีเพื่อนๆ สส. ท่านอื่นเดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผมและทาง 3 คนนั้น ทั้งที่จริงๆ ยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆ กันเลย .. ซึ่งภาพที่ปรากฏออกมา อาจทำให้หลายๆ คนเข้าใจไปอีกแบบ .. ซึ่งผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา
และสิ่งที่ผมคิดว่าทำให้ผมเสียหาย คือการกล่าวหาว่าผมพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี” และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพูดคำนี้ ซึ่งการกล่าวหานี้เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง
สำหรับผม เหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิปทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ “เล่นใหญ่” เท่านั้นเอง
และจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใดๆ กัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดีที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม"
อย่างไรก็ดี เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก กรณี สส.หลายคนอภิปรายโดยการ “อ่านสคริปต์” รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตในการเตรียมข้อมูลโดยใช้ ai แบบ เบสิค ทั้งๆที่ข้อมูลในการอภิปรายของ สส. ควรมีความหลากหลายและรอบด้านจากแต่ละพื้นที่
ข่าวล่าสุด