ปัญหาการก่อความไม่สงบในภาคใต้
9) ปี 2568 จะเป็นปีของความท้าทายในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบที่ดำเนินการโดย “กลุ่มแบ่งแยกดินแดน BRN” เพราะการพูดคุยที่สำคัญไม่ใช่ระหว่าง "รัฐบาลไทยกับ BRN" แต่เป็นเรื่องระหว่าง “ไทยกับมาเลเซีย” ที่จะต้องคุยกันจริงจังมากขึ้น และทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 มากขึ้น
10) กลุ่ม BRN ในปี 2568 จะยังคงใช้การก่อเหตุร้ายเป็นเครื่องมือหลักในการกดดันรัฐบาลไทย และคาดหวังที่ใช้แนวทาง “ฆ่าไป-คุยไป/คุยไป-ฆ่าไป” พร้อมกับอาศัยการยอมรับข้อตกลง “JCPP” ของรัฐบาลไทยเป็นหนทางในการแสวงประโยชน์
ดังนั้น รัฐบาลไทยในปี 2568 จะต้องตอบตัวเองให้ได้ถึงทิศทางในเรื่องนี้ไม่ใช่การคิดในแบบ “ลัทธิยอมจำนน” ที่ปล่อยให้เกิดเวทีแบบที่ไปทำกันในยุโรป เพื่อลากประเทศไปในทิศทางที่พวกเขาต้องการ และเชื่อแบบไร้เดียงสาทางยุทธศาสตร์ว่า “เรายอมโจรแล้ว โจรจะยอมเราเอง”
11) การขยายงานแนวร่วม ที่ดำเนินการคู่ขนานกับการทำสงครามการเมือง จะเป็นทิศทางหลักของกลุ่ม BRN ในปี 2568 เพราะปีที่ผ่านมา ผู้ก่อความไม่สงบเชื่อว่า พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมากในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการผลักดันประเด็นและข้อเรียกร้องของกลุ่มเข้าสู่เวทีการเมืองไทย ผ่านแนวร่วมต่างๆ
ฉะนั้น รัฐบาลในปี 2568 จะต้องคิดรับมือกับ “สงครามการเมือง-สงครามแนวร่วม” ของ BRN อย่างจริงจัง โดยเฉพาะแนวร่วมจากภายนอก (ทั้งจากยุโรปและเอเชียบางชาติ) ที่อาศัยความเสรีของประเทศไทย เข้ามาดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย และไม่มีมาตรการจากรัฐบาลในเรื่องนี้แต่อย่างใด
12) การกำหนด “ยุทธศาสตร์ภาคใต้” (ที่ไม่ใช่การเดินตาม “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”) ยังคงเป็นประเด็นสำคัญของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในภาคใต้เสมอ ปี 2568
ยังเป็นคำถามเดิมว่า รัฐบาลกรุงเทพฯ พร้อมจะกำหนดยุทธศาสตร์นี้หรือยัง เพราะสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เคยรอความพร้อมรัฐบาลไทย
ปัญหาความมั่นคงทางสังคม
13) ปัญหาค่าครองชีพและสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่สะท้อนชัดจาก “หนี้ครัวเรือน” ของไทยที่อยู่ในอัตราที่สูงมาก ดังนั้น หาก “สงครามการค้า” ในเวทีมีผลสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยแล้วอาจก่อให้เกิด “วิกฤตค่าครองชีพ” ในสังคมไทยได้ ซึ่งรัฐบาลอาจต้องเตรียมรับกับสภาวะเช่นนี้ด้วย
14) ปัญหาสำคัญทางสังคมไทยที่ต้องกังวลในปี 2568 คือ สภาวะความเปลี่ยนแปลงของอากาศ (Climate Change) ที่เราเริ่มเห็นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า น้ำท่วมใหญ่ ความแห้งแล้ง โดยเฉพาะปัญหา“ฝุ่นพิษ” หรือ PM 2.5 ที่อยู่ในสังคมไทยด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นในแต่ละปี
อันเป็นปัญหา “ความมั่นคงด้านสาธารณสุข” ที่สำคัญของประเทศที่เราอาจจะไม่รู้สึกเท่ากับการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการที่ชัดเจนในการต่อสู้กับปัญหาฝุ่นและความผันผวนของอากาศให้ได้
15) ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นโจทย์ของ “ปัญหาความมั่นคงทางสังคม” ที่ไทยต้องเผชิญ และปัญหานี้ยังมีแนวโน้มที่ขยายตัวมากขึ้น การต่อสู้กับ “สงครามยาเสพติด” เป็นความท้าทายของทุกรัฐบาลเสมอ
16) ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ การพนันออนไลน์ หรือโดยภาพรวมคือ “อาชญากรรมออนไลน์” โดยเฉพาะกรณีของการหลอก “ดูดเงินจากบัญชี” ซึ่งในส่วนนี้ มีกลุ่ม “จีนเทา” ดำเนินการ โดยอาศัยพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนไทยเป็นฐาน ปัญหานี้ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงไทยอย่างมาก รัฐบาลไทยในปี 2568 จะกำหนดมาตรการในการต่อสู้กับปัญหาโลกออนไลน์เช่นนี้อย่างไร
ทั้งหมดนี้ เป็นความพยายามที่จะทดลองนำเสนอ “ภาพจำลอง” ของประเด็นและปัญหาสำคัญใน 4 ด้าน ที่รัฐบาลไทยในปี 2568 ต้องเผชิญ แน่นอนว่า หลายปัญหาไม่ใช่เรื่องใหม่ และหลายปัญหาเก่าเหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น
ปัญหาทั้งหลายในปัจจุบัน จึงเป็น “สัมภาระกองใหญ่” หน้าทำเนียบ ที่ท้าทายนายกฯ แพรทองธาร และรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง … ไม่ว่าปีนี้จะเป็น “งูใหญ่” หรือ “งูเล็ก” แต่ปัญหาที่นำเสนอนี้ใหญ่แน่นอน จนไม่แน่ใจว่า ปี 2568- “งูจะรัดนายกฯ” หรือ “งูจะกัดนายกฯ”