เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทวี" สวนกลับ 89 สว. หนุนเร่งแก้ รธน. ย้ำต้องฟังเสียงประชาชน

25 พ.ค. 2569 | titayu_pur

"ทวี" สวนกลับ 89 สว. หนุนเร่งแก้ รธน. ย้ำต้องฟังเสียงประชาชน

"ทวี สอดส่อง" สวนกลุ่ม 89 สว. กรณีขู่เอาผิดผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ขัดหลักประชาธิปไตย แนะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามฉันทามติประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ

25 พฤษภาคม 2569 การปะทะทางความคิดระหว่าง พรรคประชาชาติ และ กลุ่ม สว. กลายเป็นประเด็นร้อนสะท้อนวิกฤต การเมืองไทย โดย พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องให้ยึดหลัก ประชาธิปไตย และเร่งเดินหน้า แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง


โดยประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 89 คน กับฝ่ายค้าน กลายเป็นกระแสร้อนในสังคมการเมืองอีกครั้ง หลังกลุ่ม สว. ออกแถลงการณ์ตอบโต้กรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน กล่าววิพากษ์วิจารณ์บทบาทของวุฒิสภา โดยระบุว่า มีพฤติกรรมไม่ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย และเป็นมือไม้ของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งกลุ่ม สว. ทั้ง 89 คน ระบุว่า

 

คำกล่าวของผู้นำฝ่ายค้านถือเป็นการ “กล่าวให้ร้าย” และเป็น “พฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด” พร้อมเรียกร้องให้ ณัฐพงษ์ ออกมาแถลงขอโทษต่อวุฒิสภาภายใน 3 วัน มิฉะนั้นอาจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมืองที่มองว่า การออกมาเรียกร้องและกำหนดกรอบเวลาเช่นนี้ อาจเข้าข่ายการกดดันเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายนิติบัญญัติ

กลุ่ม 89 สว.

 

ล่าสุด พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ แสดงความเห็นกับสื่อมวลชนต่อกรณีดังกล่าว โดยยืนยันว่า

 

ไม่ได้มีอคติหรือเข้าข้างฝ่ายใด แต่ต้องการสะท้อนหลักการประชาธิปไตย และบทบาทของผู้แทนประชาชน

 

พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะตัวแทนของประชาชน ต้องมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ และการที่นายณัฐพงษ์ ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถือเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะเมื่อเป็นบุคคลสาธารณะ ฝ่ายที่ถูกวิจารณ์ควรออกมาชี้แจงด้วยเหตุผล มากกว่าการแสดงท่าทีที่อาจถูกมองว่าเป็นการข่มขู่ 

 

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ

นอกจากนี้ พ.ต.อ. ทวี ยังตั้งข้อสังเกตต่อแถลงการณ์ของกลุ่ม สว. 89 คน ว่า มีหลายประเด็นที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและหลักการรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรณีที่ สว. อ้างว่า ตนเข้าสู่ตำแหน่งผ่านกระบวนการเลือกกันเอง ตามระบบกลุ่มอาชีพ  และหากยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาล ก็ต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมาย
 

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า แม้ประเด็นทางกฎหมายจะยังไม่มีคำตัดสิน แต่ในทางการเมืองยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ซึ่งเป็นอีกมิติสำคัญ ที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน เพราะตำแหน่งผู้แทนในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้วัดเพียงความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย แต่ยังต้องได้รับความเชื่อมั่น และการยอมรับจากประชาชนด้วย



พ.ต.อ. ทวี ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม สว. อ้างอิงความชอบธรรมจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งผ่านการทำประชามติ โดยระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว หลังผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนกว่า 61.10% สนับสนุนการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่


พ.ต.อ. ทวี มองว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนอย่างชัดเจนว่า ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการโครงสร้างทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอีกต่อไป และถือเป็น “สัญญาณจากเจ้าของอำนาจอธิปไตย” ที่ส่งตรงมายังรัฐสภาให้เร่งเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว 


นอกจากนี้ พ.ต.อ. ทวี ระบุด้วยว่า สิ่งที่กลุ่ม สว. ควรทำมากกว่าการตอบโต้หรือกดดันฝ่ายค้าน คือการเปิดรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม และพิสูจน์บทบาทของตนเองผ่านการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมย้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ควรถูกยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ของรัฐสภาในเวลานี้ 



นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน