เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีตทูตวิเคราะห์ภารกิจ "นายกฯ" เยือนฝรั่งเศส ปูทางทูตเชิงรุก

25 พ.ค. 2569 | titayu_pur

อดีตทูตวิเคราะห์ภารกิจ "นายกฯ" เยือนฝรั่งเศส ปูทางทูตเชิงรุก

"อดีตทูตพิศาล" วิเคราะห์ภารกิจนายกฯ เยือนฝรั่งเศส พบ "ปธน.มาครง" ชู 3 ประเด็นสำคัญ พลิกเกมภูมิรัฐศาสตร์ไทยในเวทีโลก และผลประโยชน์ชาติที่ต้องเร่งเดินหน้าด่วน

25 พฤษภาคม 2569 การเยือนฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรีถือเป็น นโยบายต่างประเทศ เชิงรุกที่น่าจับตา ท่ามกลางความท้าทายในเวที UNSC ที่ไทยต้องสร้างสมดุลอำนาจ ท่ามกลางความขัดแย้งในพื้นที่เพื่อนบ้าน การพบปะกับผู้นำฝรั่งเศสครั้งนี้ จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ความมั่นคงระหว่างประเทศ ให้แข็งแกร่ง เพื่อผลักดัน เศรษฐกิจไทย ให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก ผ่านกลไกการทูตที่ชาญฉลาด และทันต่อสถานการณ์โลก ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในขณะนี้

 

อดีตทูตพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา และทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการต่างประเทศได้วิเคราะห์ถึงภารกิจของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ว่า

 

  • นายกฯ อนุทินกำลังอยู่ระหว่างการเยือนฝรั่งเศส ซึ่งในช่วง 2–3 วันแรกถือว่า ประสบความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์ และดึงดูดความสนใจจากคนไทยที่ติดตามในโลกออนไลน์ได้ดี

     
  • การได้รับเชิญไปทานอาหารค่ำและหารือกับ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง คืนวันจันทร์ ควรเป็นโอกาสทองที่ไทยจะตักตวงผลประโยชน์ชาติให้มากที่สุด หากมีการเตรียมตัวที่ดีพอ

     
  • ในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ฝรั่งเศสถือเป็นประเทศแรก ของสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ผู้นำไทยหลังเข้ารับตำแหน่งควรเลือกเยือนมากที่สุด

ตัดจีน สหรัฐ กับรัสเซีย ด้วยเหตุผลไม่ให้ไทยดูใกล้ชิด หรือเอียงอยู่ในค่ายฝ่ายใดมากเกินควร ส่วนอังกฤษ ผู้นำกำลังเผชิญปัญหาการเมืองภายใน
 

  • เสนอ 3 ประเด็นเพื่อการหารือกับผู้นำฝรั่งเศส

 

1.ย้ำกับประธานาธิบดีมาครงว่า ไทยมีจุดยืนร่วมกับฝรั่งเศส ในการเดินหน้าขยายแนวร่วมนานาประเทศเพื่อรักษากติกาโลก กฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ โดยยึดมั่นความถูกต้องเหนือการใช้กำลัง



ด้วยเหตุนี้จึงมาเยือนฝรั่งเศสก่อนประเทศสมาชิกถาวร UNSC อื่น 


 

อดีตทูตวิเคราะห์ภารกิจ "นายกฯ" เยือนฝรั่งเศส ปูทางทูตเชิงรุก

 

2.กล่อมประธานาธิบดีมาครง ให้โน้มน้าวกัมพูชา ยุติความขัดแย้งกับไทย
 

  • ไม่ควรลืมว่ากัมพูชาสื่อสารได้ดีกว่าไทย ในเรื่องการใช้กำลังที่ตนด้อยกว่า ในเวทีการทูตและสื่อระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับฝรั่งเศส ในฐานะเจ้าอาณานิคม หรือ “ลูกพี่เก่า”

     
  • นายกฯ ฮุน มาเนต เคยไปฝรั่งเศสเพื่อพบประธานาธิบดีมาครง มาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

     
  • กัมพูชากำลังจะเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดประเทศกลุ่มใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie) ในเดือน พ.ย. นี้

นายกฯ จึงต้องเตรียมไพ่ที่ไทยมีเหนือกว่ากัมพูชามากมายให้ดี เพื่อให้ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกดดันกัมพูชาให้เห็นว่า มีแต่ "ได้กับได้" หากแสดงความจริงใจในการยุติการรุกราน และตกลงเขตแดนทั้งทางบกและทางทะเลกับไทยด้วยดี


วันใดที่ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์ (OCA) คลี่คลาย ทั้งกัมพูชาและกลุ่มทุนพลังงานของฝรั่งเศส จะมีโอกาสได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากปิโตรเลียมในอ่าวไทย ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับล้านล้านบาท (เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ดีกว่ารบกันหรือขัดแย้งกัน)

 

อดีตทูตวิเคราะห์ภารกิจ "นายกฯ" เยือนฝรั่งเศส ปูทางทูตเชิงรุก

 

3.ฝากประธานาธิบดีมาครง บอกคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ให้เร่งเจรจา FTA ไทย–EU และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงกับไทยและอาเซียน

 

เพื่อตอบสนองทิศทางเดียวกับที่ฝรั่งเศส และสหภาพยุโรปต้องการ คือ ลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจกับทั้งสหรัฐฯ และจีน 


 

อดีตทูตวิเคราะห์ภารกิจ "นายกฯ" เยือนฝรั่งเศส ปูทางทูตเชิงรุก

 

 

หนุน “หัวหน้าเท้ง” เชิญ “มาครง” เยือนไทยก่อนไปเขมร

 

“ผมเห็นด้วยกับคำแถลงที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ เสนอต่อนายกฯ ว่า ควรเชิญประธานาธิบดีมาครงเยือนไทย ก่อนเดินทางไปเป็นประธานการประชุมสุดยอดประเทศกลุ่มใช้ภาษาฝรั่งเศสที่กรุงพนมเปญ 15–16 พ.ย. เพราะจะเป็นหมากการทูตที่แยบยล เหมาะสมกับเวลา เพื่อสานต่อการหารือผลประโยชน์ร่วมไทย–ฝรั่งเศส”

 

  • ผู้นำฝรั่งเศสและคณะมาเห็นด้วยตัวเอง ถึงศักยภาพเศรษฐกิจไทย ที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือ ในด้านที่ฝรั่งเศสเชี่ยวชาญและไทยต้องการ

     
  • การเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เทคโนโลยีการบิน รวมถึงความร่วมมือต้านคอร์รัปชัน และอาชญากรรมไซเบอร์ 


 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน