นายพริษฐ์ กล่าวว่า คำชี้แจงของเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนมักโยงไปที่การพบปะดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตร วปอ. ของกระทรวงกลาโหม หรือหลักสูตรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงของหลักสูตรอุปถัมภ์เหล่านี้ ที่อาจทำให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงผู้มีอำนาจรัฐได้อย่างง่ายดาย
ที่สำคัญกลายเป็นตลกร้าย ที่หลักสูตรซึ่งจัดโดยหน่วยงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน กลับกลายเป็นช่องทางให้บุคคลที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ เข้าถึงผู้มีอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และราชการอย่างใกล้ชิด ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ
สถาบันพระปกเกล้า ออกกฎเข้มหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาอบรม
อย่างไรก็ดี ล่าสุด สถาบันพระปกเกล้า โดย ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ออกคำสั่งเรื่อง ธรรมาภิบาลการบริหารจัดการในการรับผู้เข้าศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า โดยมีการระบุหลักเกณฑ์วิธีคัดเลือกผู้สมัครที่เข้าศึกษาอบรมเอาไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า
ด้วยสถาบันพระปกเกล้ามีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาอบรมเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง และการเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ระบอบและวิถีชีวิตประชาธิปไตยเป็นปึกแผ่นและยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินงาน
ของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปตามหลักการดังกล่าว เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ามีความมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนให้สถาบันเป็น "ต้นแบบขององค์กรแห่งธรรมาภิบาลภาคปฏิบัติ" อย่างแท้จริง
จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. 2541ประกอบข้อ 11 ของข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้าว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. 2543 เพื่อให้การบริหารจัดการในการรับผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ ของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จึงมีข้อสั่งการให้ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1. การรับผู้เข้าศึกษาทุกหลักสูตรของสถาบัน ในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง ประกาศนียบัตรสัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตร ควรคำนึงวัตถุประสงค์แห่งการจัดตั้งสถาบัน และให้ความสำคัญกับผู้สมัครเข้ารับการศึกษาที่มีเจตจำนงแน่วแน่ในการเพิ่มพูนความรู้ด้านประชาธิปไตยของตน และตำแหน่ง หน้าที่และลักษณะการประกอบอาชีพที่จะสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาประชาธิปไตยให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การรับสมัครและคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการศึกษา พึงกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของหลักสูตรนั้น ๆ และพิจารณาจากประวัติที่แสดงไว้ในทุกด้าน อาทิ ด้านการศึกษาทั้งในและนอกระบบ การฝึกอบรมต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาชีพและตำแหน่งงาน ในอดีตและปัจจุบัน คุณธรรม จริยธรรมและความประพฤติ รวมถึงเหตุอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อาจแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมทั้งทางตรง หรือเป็นการลับได้ตามที่เห็นสมควรด้วยวิธีการที่เหมาะสม
3. นอกจากเจตจำนง ประวัติ และความเหมาะสมสอดคล้องของผู้สมัครเข้ารับการศึกษากับหลักสูตรที่จะเข้าศึกษาแล้วนั้น การพิจารณาคัดเลือกควรคำนึงถึงการจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรและกระจายโอกาสให้แก่ผู้ที่ยังไม่เคยเข้ารับศึกษาอบรมหลักสูตรของสถาบัน หรือหลักสูตรอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
4. การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นผู้เข้าศึกษาของสถาบัน ให้มีการจัดระดับความเสี่ยงของสภาพโอกาส หรือความเสี่ยงการมีส่วนได้เสียของผู้เข้าศึกษา คู่สมรส และบุตร ที่อาจเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ของสถาบัน ทางราชการ หรือส่วนรวม การใช้สถานะความเป็นผู้เข้าศึกษาของสถาบัน แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวในทางตรงและทางอ้อมโดยประการใด ๆ หรือการกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบการพิจารณาด้วย
5. ให้สำนักฝึกอบรมและพัฒนาทุนมนุษย์ ร่วมกับสำนักบริหารงานกลาง จัดทำเอกสารประกอบการรับสมัครที่กำหนดให้ผู้สมัครเข้ารับการศึกษารับรองตนเอง (Self-Declaration) ถึงสถานะการเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน ผู้บริหาร พนักงาน หรือลูกจ้าง ในธุรกิจของเอกชนที่เป็นคู่สัญญาที่มีมูลค่าเกินกว่าห้าแสนบาทต่อสัญญา ซึ่งอยู่ระหว่างบริหารสัญญากับสถาบันพระปกเกล้า หรือกับหน่วยงานของรัฐอื่นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป