นอกจากนี้ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของทุกประเทศ ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมาย wet zero ลดการเผาในภาคเกษตร ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึงจัดตั้งแหล่งรับซื้อพลังงานสะอาดที่ได้มาตรฐาน
ด้านการบริหารภาครัฐและปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งต้องอยู่สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลให้บริการประชาชนด้วยความสะดวกรวดเร็วยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ
และนอกเหนือจากนโยบาย 5 ด้านแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานในอนาคตของประเทศ ซึ่งรากฐานที่สำคัญที่สุดคือ ความต้องเริ่มพัฒนาศักยภาพของคนไทย โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ต้องมีการปฏิรูปตลอดเวลา ไม่คิดเพียงว่าการศึกษาคือการพาเด็กไปนั่งรับการเรียนการสอนอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบที่จะพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้ได้ตลอดทุกช่วงชีวิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะคำสุภาษิตที่ว่า "ไม่มีใครแก่เกินเรียน" ยังคงใช้ได้ตลอด จึงต้องมีการพัฒนาปรับปรุงและส่งมอบให้กับคนไทยทุกคนในทุกช่วงวัย เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้กับสังคมไทยและคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาและโอกาสการเข้าถึงของคนไทย
เช่นเดียวกันกับระบบสุขภาพของคนไทยที่ได้รับการชื่นชมจากนานาชาติ ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาระบบปฐมภูมิ การยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุกการป้องกันโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง สิ่งเหล่านี้หากทำได้จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยต้องส่งเสริมการตั้งระบบที่จะดูแลประชาชนตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน โดยนโยบายทั้งหมดที่กล่าวมามีการวางกรอบงบประมาณปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวช่วงหนึ่งว่า ปีนี้จะมุ่งเน้นการแก้ปัญหา 4 ภัย ซึ่งในช่วงที่รัฐบาลของตนได้เข้ามาบริหารประเทศ อยากจะนามสกุล “หลีกภัย” แต่ตนกลับนามสกุล “เจอภัย” เจอทั้งภัยเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และภัยธรรมชาติ
ต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะยืนเคียงข้างทุกคน เพื่อให้ทุกคนผ่านภัย เพราะถือเป็นทุกข์แสนสาหัสของพี่น้องประชาชน และเราเป็นข้าราชการบริหารข้าราชการแผ่นดิน ต้องยึดถือความผาสุกของพี่น้องประชาชน ถือเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อพาพี่น้องประชาชนหลีกพ้นจากภัยเศรษฐกิจไปให้เร็วที่สุด
ด้านความมั่นคง เจอปัญหาข้อพิพาทกับกัมพูชา ซึ่งตนได้เห็นความอดทนอดกลั้นอย่างยิ่งของพี่น้องประชาชนตลอดจนความอดทนอดกลั้นของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยและพี่น้องประชาชน ตนเข้ามาในช่วงที่กำลังพีคพอดี และหากเรามีขาเสียขาที่ 8 กองทัพรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร ดังนั้น เราต้องแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยของเรามีสิ่งที่สามารถต่อรองได้
และเพลงชาติเราก็บอก "ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่เคยขลาด" ต้องทำหน้าที่รักษาเกียรติภูมิ รักษาเกียรติยศของคนไทยอย่างเต็มที่ ตนขอย้ำว่า "ไม่มีแพ้มีแต่ชนะอย่างเดียว หากต้องสู้รบ" ก็ฝากให้กองทัพรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่
ในด้านการปราบสแกมเมอร์ ตนได้แสดงท่าทีให้เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลนี้เป็นศัตรูกับสแกมเมอร์ , ยาเสพติด , บ่อนพนันและธุรกิจที่ผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เราสนับสนุนและร่วมมือในทุกนโยบาย ซึ่งผลงานก็เห็นกันอยู่
ขณะที่ ภัยธรรมชาติพายุน้ำท่วม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องมีการปรับงบประมาณให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป โดยยึดประชาชนเป็นหลัก ซึ่งปี 2570 นี้ ตนและสำนักงบประมาณจะช่วยกันทบทวนงบประมาณ เพื่อให้ความสะดวกกับพี่น้องประชาชน รวมถึงช่วยให้ประชาชนพ้นจากภัย 4 ข้อที่ตนได้กล่าวมา
"บางครั้งต้องทบทวนว่าการพัฒนาตัวเองอาจจะกลับมาทำลายตัวเองในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น อำเภอหาดใหญ่ ที่มีการสร้างถนนเยอะแยะมากมาย โดยคาดไม่ถึงว่าอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอุทกภัยและน้ำท่วมใหญ่ตามมา เพราะการทำถนนเพื่อทำให้ระบบการคมนาคมขนส่งสะดวก แต่อาจจะไปทำลายเส้นทางน้ำ กีดขวางทางเดินของน้ำ ทำให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งในหลายจังหวัดในยามที่ไม่มีปัญหา ก็หาถนน ร้องหารถไฟ อยากได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วที่สุด แต่เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น วันนี้ทุกคนร้องหาคลอง ร้องหาทางน้ำ แต่บางครั้งมันก็สายเกินไป เพราะมันมีความเสียหายเกิดขึ้น ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองของงบประมาณ เพราะต้องนำงบประมาณมาเยียวยาดูแลมหาศาล ที่ผ่านมามองว่าเราให้ความสำคัญกับคมนาคมขนส่ง แต่ตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติจากธรรมชาติ ซึ่งมีกฎหมายหลายตัวที่ต้องแก้ไข และมีนโยบายที่ต้องแก้ไขบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งต้องป้องกันไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์อย่างเดียว"
ทางรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา โดยการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์และกฎระเบียบต่าง ๆ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถประกาศภัย จากสัญญาณต่าง ๆ ที่ได้รับก่อนที่เกิดภัย
ดังนั้น การจัดทำงบประมาณปี 2570 ขอให้ทุกหน่วยงานได้พิจารณาปัจจัยของภัยทั้ง 4 เป็นตัวตั้ง ให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้และไกลด้วย เช่นเดียวกับการพัฒนาประเทศเรามีการพัฒนาความเจริญทุกด้าน เราก็ต้องดูด้วย ที่มี คนพูดว่า มีการซื้อเรือทำไมตอนนี้เราไม่รบแล้ว แต่สถานการณ์ตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าทุกอย่างยังสามารถเกิดขึ้นได้เหมือนเดิม จึงต้องมีการพัฒนา และกองทัพจะต้องเร่งให้เกิดความพร้อมด้วย
"ช่วงนี้สัญญาณแจ้งเตือนในห้องประชุมดังขึ้น ทำให้นายกฯหยุด พร้อมพูดว่า เมื่อพูดเรื่องนี้สัญญาณแจ้งเตือนในห้องประชุมดัง"
จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สุดท้ายสถานการณ์การคลังของไทยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายรอบ ตัวเลขจีดีพีลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปี 2570 ถึงปี 2573 มีเป้าหมายให้ขาดดุลงบประมาณไม่เกินร้อยละ 3 ควบคุมหนี้สาธารณะให้ไม่เกิน 70% ของจีดีพี และขอให้เพื่อนข้าราชการบริหารการใช้จ่ายงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ให้ประเทศไทยเจอวิกฤตการณ์ด้านการเงินในอนาคต
สำหรับปี 2570 มีการกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 0.2% ซึ่งต้องชื่นชม เพราะยังมีภาระหนี้ผูกพันและรายจ่ายที่ต้องใช้จ่ายอีกจำนวนมาก ระหว่างนี้ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ จัดทำคำขอใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพและไม่ควรเพิ่มเกินร้อยละ 20 ของปีที่แล้ว หากเพิ่มต้องเป็นงบลงทุน และเกิดความคุ้มค่า ไม่ใช่การเพิ่มรายจ่ายที่เป็นภาระงบประมาณในระยะยาว
ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีขอให้เชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะยึดหลักการที่จะดำรงไว้ซึ่งการพิทักษ์รักษาไว้สถาบันของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนหลักของธรรมาภิบาล และมั่นใจว่าเราทุกคนรักชาติ รักแผ่นดินไม่มีใครน้อยไปกว่าใคร เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการร่วมมือกัน เพื่อทำภารกิจที่ตนได้กล่าวมาให้สำเร็จลุล่วงเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป พร้อมกล่าวว่า พวกเราอยู่กับประชาชนเสมอและต้องมีความสามัคคี เชื่อมั่นในองคาพยพที่เรามีว่าจะพาประเทศชาติเดินหน้าและทำเพื่อประชาชนได้อย่างดีที่สุด