พูดภาษาชาวบ้าน คือ ทักษิณ นักโทษเด็ดขาด ถูกจำคุกครบเงื่อนไขในการพักโทษ เช่น ถูกจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 อาจยื่นขอพักโทษก็ได้ แต่กรณีมี “คดีอื่น” หรือ “คดีต่อ” ทักษิณ นักโทษรายดังกล่าว อาจยื่นขอได้ แต่ส่วนใหญ่ จะไม่อนุมัติหรือไม่ให้ความเห็นชอบในการพักโทษ
เงื่อนไขในการพักโทษ เป็นไปตาม พรบ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ประกอบระเบียบของกรมราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เหล่านี้เป็นเงื่อนไขสำคัญ ในการพักโทษของนักโทษเด็ดขาด ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาถึงชั้นของนักโทษและเกณฑ์อื่นๆ ประกอบการพิจารณาด้วย
พูดภาษาชาวบ้าน คือ การพักโทษ เป็นความหวังของนักโทษเด็ดขาดที่จะออกมาอยู่กับครอบครัว โดยเงื่อนไขในการคุมประพฤติ แต่มีเงื่อนไขประการหนี่ง หากผู้ต้องขังเด็ดขาดรายนั้น มีคดีอื่นๆ แม้จะเป็นความผิดฐานอื่น โดยคดียังไม่เป็นที่สุด โดยคดีอยู่ระหว่างพิจารณาอุทธรณ์หรือฎีกา ก็ตาม ย่อมมีผลต่อดุลพินิจหรือความเห็นของคณะกรรมการพักโทษโดยตรง ที่จะไม่อนุมัติหรือไม่เห็นชอบในการพักโทษของผู้ต้องขังรายดังกล่าว
แม้กฎหมายไม่ได้ห้ามมิให้ผู้ต้องขังในการยื่นคำขอให้พักโทษอย่างเด็ดขาด แต่ในทางปฏิบัติหากมีคดีต่อหรือคดีอื่นที่ยังไม่เสร็จสิ้น คณะกรรมการจะไม่อนุมัติหรือพิจารณาให้ความเห็นชอบ
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเจตนารมณ์ในการพักโทษ ต้องรับโทษมาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม เป็นผู้ประพฤติตนดี ไม่เป็นภัยแก่สังคม โดยเมื่อคณะกรรมการอนุมัติ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขในการประพฤติ
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวด้วยว่า ในเกมการเมือง คดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกจำคุกจริง เดิมมติของคณะกรรมการพิจารณาคดีอุทธรณ์ มาตรา 112 ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีมติ 8 ต่อ 2 ไม่อุทธรณ์ โดยนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อดีตรองอัยการสูงสุด ขณะนั้น เป็นประธาน แต่อัยการสูงสุดคนเดิมยังไม่มีความเห็นใดๆในทางคดี ต่อมาเมื่อเปลี่ยนอัยการสูงสุดคนใหม่ โดยนายอิทธิพร แก้วทิพย์ เป็นอัยการสูงสุด ย่อมมีอำนาจกลับความเห็นได้ โดยยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
ผลการยื่นอุทธรณ์ของอัยการสูงสุด มีผลต่อตัวนายทักษิณ ชินวัตร ที่คณะกรรมการพักโทษไม่อาจเห็นชอบให้พักโทษได้ ส่งผลทำให้นายทักษิณฯ ต้องถูกบังคับโทษ “เต็มตามคำพิพากษาของศาลฎีกา” คือ จำคุกเต็ม 1 ปี
พูดภาษาชาวบ้าน คือ การอุทธรณ์ของอัยการสูงสุด มีผลกระทบต่อกระบวนการขอพักโทษของนายทักษิณฯ แม้ผลคดีศาลอุทธรณ์จะพิพากษาออกบวกหรือลบก็ตาม ส่งผลให้ทักษิณฯติดคุกยาว ครบ 1 ปี
ในแง่การเมือง เป็นเทคนิคเกมตัดแต้ม กลยุทธ์ตัดขาทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย เมื่อนายทักษิณฯ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ถูกพักโทษตามเงื่อนไขและสิทธิของนักโทษเด็ดขาด ส่งผลเลือกตั้งใหญ่ ปี 2569 ย่อมไม่ได้ออกมาเป็นหัวหอกแกนนำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ในการร่วมรณรงค์ในการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อแย่งชิง สส. เพื่อให้ได้ สส.อันดับ 1 เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ย่อมมีผลกระทบตัวแปรต่อทิศทางของพรรคเพื่อไทย การเมืองสามก๊กร้อนแรง ก่อนยุบสภา ทำให้พรรคสีน้ำเงิน พรรคสีส้ม มีผลบวกและได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง