นายรังสิมันต์ กล่าวถึงหลักฐานที่ยังมีเข้ามาใหม่ ว่า หลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือเส้นทางทางการเงิน
กรณีนี้ต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน และชี้ว่า พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถเอาผิดได้ เชื่อว่าเมื่อสอบข้อเท็จจริงไปเรื่อยๆ จะมีขั้นตอนทางกฎหมายในการส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานเอาผิดทางกฎหมายที่จะตามมา แต่วันนี้พยามใช้กลไกกรรมาธิการสอบข้อเท็จจริงให้ครบและมัดแน่นที่สุด กล่าวยืนยันที่จะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
เมื่อถามว่าข้อมูลขณะนี้เพียงพอที่จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้หรือไม่
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเรียกข้อมูลทั้งหมด และเห็นว่า การที่ทีมงานของร้อยเอกธรรมนัส ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ค่อนข้างดี
เช่น นายเบน สมิธ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ สมเด็จฮุนเซน โดยนายทักษิณ เป็นคนแนะนำให้กับ ร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งรู้จักกันมานานเป็นปี และมีการจัดที่ปรึกษาดูแลนายเบนในเรื่องธุรกิจ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะนอมินี ดังนั้นต้องสอบกันต่อไป เพราะธุรกิจหลายอย่างที่เชื่อมโยงไปถึง นายเบน สมิธ ฟังดูแล้วคล้ายนอมินี ยืนยันที่จะให้ความเป็นธรรมมากที่สุดและเรียกข้อมูลมาสอบ
ตอนนี้อยากจะเก็บข้อมูลและนำไปสู่ ที่เรียกว่าการยกลัง เอาให้เป็นลักษณะแบบนั้น สาวถึงใคร เจอใคร ดำเนินการอย่างแน่นอน ไม่ต้องห่วง บางคนบอกว่าเรื่องนี้มีมูลไหม
เรื่องนี้เต้าข่าวหรือเปล่า เอาข่าวมาเล่นไม่มีข้อเท็จจริงหรือเปล่า ไม่เป็นไร รอดู ผมค่อนข้างมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้รับมา มันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
และไม่ใช่แค่หยุด หยุดแค่คุณธรรมนัส ผมอยากใช้ประโยคนี้ เรื่องนี้มันใหญ่มาก เป็นเรื่องที่อยากให้สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสำคัญ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ คือทุนเทากำลังจะยึดชาติเรา นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าทุนสีเทาทั้งหลายกำลังจะยึดประเทศของเรา ผ่านธุรกิจผ่านบริษัทที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ในเรื่องนี้แทน ที่จะกล่าวหาคนที่เปิดโปง มากล่าวหาตนเอง ย้อนถามว่าหากมองไปรอบตัวไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลยใช่ไหม ว่าประเทศของเราเต็มไปด้วยเรื่องสีเทา เรื่องสีเรื่องของคนไม่สมควรอยู่ในประเทศนี้ แต่สามารถเข้ามาอยู่ในประเทศแล้วยึดธุรกิจของคนไทย
“ถ้าพวกคุณไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ ต้องส่องกระจก แล้วถามตัวเองว่า ยังมีจิตสำนึกกันหรือเปล่า แต่ถ้ารู้สึกว่าวันนี้ประเทศกำลังเผชิญกับภัยอันตรายขนาดนี้ แล้วผมในฐานะที่ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ ผมคิดว่าเราควรสนับสนุนกันและกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ลำบากใจเกี่ยวกับกรณีการใช้กฎหมายฟ้องร้อง หรือโดนทุนเทาใช้นิติสงครามปิดปาก
ยืนยันที่จะเปิดโปงกระบวนการคอลเซ็นเตอร์อย่างเต็มที่ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่ตนเองคนเดียว แต่อยู่ที่คนอยู่ในกระบวนการยุติธรรม คนที่อยู่ในรัฐบาล คนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนตัวในฐานะ สส. และกรรธิการความมั่นคงยืนยันทำอย่างดีที่สุด