หากพิจารณาถึงบัตรใบที่ 3 โดยมี “คำถามพ่วงท้าย” แสดงว่า ในการจัดการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า ประชาชนได้กาบัตรในคราวเดียวกัน ถึง 5 ครั้ง ในรอบเดียว โดยเฉพาะบัตรใบที่ 3 ได้กา 2 ครั้ง ในคำถามพ่วงท้ายด้วย
แต่สารตั้งต้นในการออกเสียงประชามติของประชาชน รอบแรกในการสถาปนาอำนาจรัฐธรรมนูญ โดยมีคำถามพ่วงท้าย เป็นการผลักดันให้เกิดนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ พรรคประชาชน ได้ประโยชน์ในคะแนนนิยม รวมถึงพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน ได้ผลประโยชน์ในทางอ้อม
ส่วนบัตร ใบที่ 4 สมควรที่จะยกเลิก ข้อสัญญา MOU 43/44 หรือไม่ ตรงนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้ประโยชน์ เพราะชูนโยบายความมั่นคง
หากพิจารณาแง่ MOU 43 เป็นเรื่องเขตแดนไทยกัมพูชา 800 กม.ประกอบด้วย 9 เรื่อง เกิดขึ้นในรัฐบาลชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วน MOU 44 เป็นเรื่อง เฉพาะอาณาเขตทางทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะ และเขตไล่ทวีป เพราะกัมพูชาสร้างหมุดที่ 74 ตามอำเภอใจและไม่ปรากฏว่าเกิดขึ้นในสมัยฝรั่งเศสปกครองประเทศกัมพูชา โดยใช้วิธีการลกเส้นตามอำเภอใจทำให้รุกเขตดินแดนราชอาณาจักรไทยบริเวณเกาะกูด ประมาณ 10 ไมล์ทะเล เกิดขึ้นในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สมัยพรรคไทยรักไทย
สัญญาอื่นที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าหรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ได้แก่ การทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องได้รับความเห็นชอบต่อรัฐสภา ตาม รธน.มาตรา 178 วรรคสองประกอบวรรคสาม
พูดภาษาชาวบ้าน ข้อสัญญา MOU 43/44 ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจในระดับน้อยมาก ขนาด นักการเมือง นักวิชาการ ผู้ร้องทั้งหลาย ยังอธิบายให้แก่ประชาชนยังสับสนแล้ว ประชาชนจะเข้าใจถึงผลกระทบได้อย่างไร มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจในการกาบัตรใบที่ 4
แม้ รธน.ในมาตรา 178 วรรคสี่ ให้มีกฎหมายกำหนดให้วิธีการที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือผลกระทบต่อการทำสัญญาดังกล่าวก็ตาม หรือที่เรียกว่า ออกเสียงประชามติก็ตาม
หลายฝ่ายถกเถียงกัน รู้จริงบ้าง ไม่รู้จริงบ้าง ว่า MOU 43 /44 มีผลผูกพันรัฐหรือไม่ เพียงใด แต่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในเนื้อหาเพราข้อตกลงทวิภาคีได้เกิดมานานแล้ว เพราะขณะนั้นไทยใช้รัฐธรรมนูญ 2540 แม้ไม่ได้ผ่านรัฐสภา ย่อมมีผลผูกพันโดยปริยาย เห็นได้จาก อาการร้อนตัวของ รมว.ต่างประเทศกัมพูชาว่า ยกเลิกฝ่ายเดียวไม่ได้ โดยรัฐบาลอนุทินฯ เด้งรับ จัดทำประชามติเพื่อยกเลิก ข้อสัญญาหรือข้อตกลง MOU 43/44
แต่ในแง่มิติการเมือง การเมือง 3 ก๊ก สีแดง สีส้มและสีน้ำเงิน ต่างช่วงชิงอำนาจทาการเมือง โดยผ่านนัยยะทางการเมือง “บัตรใบที่ 3 “และ “บัตรใบที่ 4 “ เป็นเพียงเทคนิคแก้เกม ชิงความได้เปรียบทางการเมืองสามก๊ก เพื่อกลับให้มีอำนาจในรัฐบาลสมัยหน้า
แต่บัตร 4 ใบ แม้จะเป็น ประชาธิปไตยทางอ้อมและประชาธิปไตยทางตรง กกต.สามารถจัดทำได้ในวันเลือกตั้ง สส.ได้ในคราวเดียวกันก็ตาม
รธน.มาตรา 178 วรรคสี่ ให้จัดทำออกเสียงประชามติกับสัญญาอื่นที่จัดทำกับนานาประเทศ ใน 2 เรื่อง คือ “แสดงความคิดเห็น” และ “ผลกระทบ”เท่านั้น หากยกเลิกสัญญาที่มีผลผูกพันรัฐ กลไกรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีมติให้ความเห็นชอบในการยกเลิกได้โดยพลัน ไม่จำต้องสร้างขั้นตอนให้ประชาชนปวดหัวบัตรเลือกตั้ง 4 .ใบในคราวเดียวกัน