เนชั่นทีวี

การเมือง

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน

03 ต.ค. 2568

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน

"อนุทิน" นำคณะลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี ติดตามสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา เร่งรัดจ่ายเยียวยาผู้ประสบภัย อนุมัติงบ 100 ล้านบาท สร้าง "หลุมหลบภัย" เพิ่ม

3 ตุลาคม 2568  เวลา 12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงกองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ,พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม , นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ,นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ,นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเดินทางถึงกองบัญชาการ กองกำลังสุรนารี  นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะถวายราชสักการะพระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จากนั้นจึงเดินเข้าสู่ห้องประชุมเหมบุตร กองกำลังสุรนารี เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน

นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำเสนอข้อมูลผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจังหวัดสุรินทร์มีแนวชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาประมาณ 125 กิโลเมตร ครอบคลุม 4 อำเภอหลัก ได้แก่ อำเภอบัวเชด สังขะ กาบเชิง และพนมดงรัก มีประชากรกว่า 2.49 แสนคน กระจายอยู่ในพื้นที่ชายแดนและเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ จังหวัดสุรินทร์ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 70 แห่ง เพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีการจัดสร้างหลุมหลบภัยกว่า 400 หลุม รองรับประชาชนได้กว่า 13,000 คน โดยภายหลังจากการสำรวจความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย ผู้เสียชีวิต 12 ราย บ้านเรือนเสียหาย 231 หลัง พื้นที่เกษตร 152 ไร่ และสัตว์เลี้ยงกว่า 600 ตัว นอกจากนี้ ช่วงเกิดเหตุได้มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงมากที่สุดถึง 154 ศูนย์กระจายอยู่ในหลายอำเภอ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายปัจจุบันเหลือเพียง 4 ศูนย์ที่ยังเปิดอยู่

ในด้านงบประมาณ จังหวัดสุรินทร์ได้มีการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง รวม 100 ล้านบาท จัดสรรให้พื้นที่กว่า 91 ล้านบาท และยังเหลือวงเงินสำรองกว่า 22 ล้านบาท โดยประชาชนผู้ประสบภัยยังได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีรวมกว่า 70,000 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 350 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น 

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน

 

พร้อมกันนี้ ยังได้จัดสรรค่าตอบแทนให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติ 5 ครั้ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ รวม 9,948,000 บาท เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง ในส่วนบ้านเรือนที่เสียหายจำนวน 231 หลัง ขณะนี้ได้ซ่อมเสร็จแล้ว 229 หลัง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดสรรงบกลางกว่า 100 ล้านบาท เพื่อสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 442 แห่ง รวมถึงซ่อมหอกระจายข่าวในพื้นที่ชายแดน 24 แห่ง และในด้านการเยียวยาจิตใจและอาชีพ มีประชาชนกว่า 2,500 ราย เข้ารับการฟื้นฟูด้านจิตใจและมีการฝึกอาชีพระยะสั้นสำหรับผู้พิการและผู้ดูแล รวมไปถึงเงินสงเคราะห์ต่าง ๆ โดยใช้งบประมาณ 3.5 ล้านบาท และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 173 แห่ง ใช้งบประมาณจำนวน 47,971,877 บาท ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมการก่อนภัย ,การช่วยเหลือระหว่างภัย และการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์สงบ เพื่อช่วยเหลือดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง สำหรับในด้านปศุสัตว์ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรใน 3 อำเภอ รวมเป็นเงินกว่า 2.1 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งวัว กระบือ สุกร และสัตว์ปีกที่เสียหาย

สำหรับในปี 2569 ทางจังหวัดสุรินทร์ได้วางแผนช่วยเหลือใน 3 ด้านหลัก คือ การให้เงินสงเคราะห์ การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และการสนับสนุนอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน

จากนั้นในช่วงบ่าย เวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเยียวยา และการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พร้อมทั้งพบปะประชาชน หัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่นที่โดมโรงเรียนพนมดงรักพิทยา อำเภอพนมดงรัก 

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ในครั้งนี้ เป็นการตรวจติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั่วประเทศว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เพื่อให้การดำเนินการเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ขณะเดียวกัน ก็เร่งสร้างความมั่นคงและฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ชายแดนไทยกลับคืนสู่ความสงบและมั่นคงโดยเร็ว

"อนุทิน" ควง 5 รมต. ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ เร่งรัดเยียวยาประชาชน