ส่วนมองพรรคประชาชนตัดสินใจเลือกตนเองอย่างไรนั้น นายอนุทิน เชื่อว่า พรรคประชาชนน่าจะประเมินแล้ว และให้ความเชื่อถือว่า ทุกคนในที่นี้จะทำตามเงื่อนไข และหาหนทางแก้ไขปัญหาให้ประเทศ เพื่อออกจากสภาวการณ์ทางตันนี้
ส่วนเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ 4 เดือนจะทันหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า มีขั้นตอนที่ต้องทำอยู่ ซึ่งถ้ามีความตั้งใจ และดูกรอบเวลาแล้ว ตนจะทำให้ไปถึงจุดที่เป็นความต้องการของทุกคนรวมถึงประชาชนด้วย
ส่วนจะมีเสียงจากพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลอีกให้มากกว่า 146 เสียงอีกหรือไม่นั้น นายอนุทิน ยืนยันว่า ถูกต้อง เพราะมีเงื่อนไขพรรคประชาชนในข้อ 4 ที่ระบุว่า เพื่อสร้างหลักประกันว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะยุบสภาภายใน 4 เดือน พรรคภูมิใจไทยจะต้องไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ในสภาวะรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่า 4 เดือนนี้จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ตลอดจนการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง 4 เดือนเพียงพอ และพรรคประชาชน และ สส.146 คนได้หารือกันแล้ว และคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม และได้รับการยืนยันจากพรรคประชาชนแล้วว่า กฎหมายใดก็ตามถ้าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน พรรคประชาชน พร้อมที่จะสนับสนุนให้ร่างกฎหมายฉบับนั้น ๆ ผ่าน โดยยึดประโยชน์ของประชาชน และประเทศเป็นเป้าหมาย ซึ่งเห็นพ้องต้องกันทั้งหมด
ส่วนการจับมือกับพรรคประชาชนในครั้งนี้ จะสะท้อนภาพเงาการเมืองปี 2570 ได้หรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า วันนี้เอาเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งได้ทำทุกอย่างด้วยความสมบูรณ์แล้ว
สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ นอกจากพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรคฯ หรือกลุ่ม 18 ที่มี สส. 16 เสียง, กลุ่มนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย, สส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน ประกอบด้วยนายสรรเพ็ชญ์ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลส พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเล็กจำนวน 4 พรรคการเมือง มาร่วมการแถลงข่าวด้วย