ส่วนประเด็นที่คณะกรรมการที่ นายภูมิธรรมฯตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบคำสั่งของนายพรพจน์ฯและพบการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและออกคำสั่งทางปกครองใหม่ให้เพิกถอน มีผลเท่ากับหน่วยงานในองค์กรเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิม มิใช่เป็นการเพิกถอนโดยองค์กรตุลาการ ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่มีคำสั่งยุติไปในตัว ทำให้คำสั่งทางปกครองเดิมสิ้นผลไป
กระบวนการนับจากนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน
กระบวนการแรก อธิบดีกรมที่ดิน มีหน้าที่ในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ 800 กว่าแปลงให้กลับมาเป็นของรัฐ โดยวิธีการขีดฆ่าในเอกสารสิทธิ์ อันเป็นการเพิกถอนโฉนดที่ดิน ไม่จำต้องเรียกคู่ฉบับคืน
การรถไฟฯ เจ้าของที่ดิน สามารถใช้สิทธิเข้าไปรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ทันที ส่วนเอกชนรายใดประสงค์จะขอเช่าที่ดินกับการรถไฟฯ เป็นดุลพินิจเด็ดขาดของรถไฟฯ ว่าจะให้เช่าหรือไม่ เพราะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สำหรับในการจัดทำบริการสาธารณะที่พลเมืองใช้ร่วมกัน
ส่วนที่ดินชายขอบ จะต้องไปตรวจสอบรังวัดแนวเขตให้ชัดแจ้งว่า ชายขอบแนวเขตแปลงที่ดินที่พบปัญหาจะใช้วิธีการอย่างไร หากพบว่า เป็นที่ดินของรัฐ อธิบดีกรมที่ดินสามารถใช้ช่องทางเพิกถอนได้ทันทีไม่ต้องไปฟ้องศาล เพราะขอบเขตเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา
ส่วนกระบวนการที่สอง ภาคเอกชนรายใด ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับความเดือดร้อน กรณีที่กรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ต้องไปว่ากล่าวในฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีละเมิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
เพราะผลการเพิกถอนของอธิบดีกรมที่ดิน ทำให้เอกชนไม่มีสิทธิ์อยู่ในที่ดินและโฉนดที่ดินหรือ นส.3 ก.มีผลเป็นกระดาษเปล่าไม่มีราคาทันที เอกชนรายใดนำที่ดินไปทำนิติกรรมจำนอง,ขายฝากหรือก่อภาระติดพันใดๆต่ออสังหาริมทรัพย์ โดยเจ้าหนี้หรือธนาคาร จะยึดเป็นหลักทรัพย์ไม่ได้อีกต่อไป ส่วนไปดำเนินการธุรกรรมใดๆก่อนที่เพิกถอน เป็นความรับผิดต่อส่วนตัวของเอกชนรายนั้น
ช่องทางอาจยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง ตาม มาตรา 9 (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2539
การออกคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของอธิบดีกรมที่ดิน เป็นการใช้อำนาจตาม ป.ที่ดิน ถือว่า เป็นการออกคำสั่งทางปกครอง ตาม มาตรา 5 พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
หากใช้ช่องทางนี้ จะฟ้องศาลปกครองทันทีไม่ได้ ต้องไปใช้สิทธิ์อุทธรณ์คำสั่ง ก่อนถึงจะไปยื่นฟ้องศาลปกครองได้ แต่โอกาสชนะไม่มีเพราะกระบวนการเพิกถอนของอธิบดีกรมที่ดินเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกา
สอนมวย"ศุภชัยฯ" ทนายหน้าหอ ไม่ยึดหลักกฎหมาย
ส่วนที่ถามว่า นายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์โต้ตอบทางการเมือง ภายหลังจากแถลงผลสรุปที่ดินเขากระโดง ในเชิงประชด ประชัน การตั้งกรรมการฝ่ายตรงกันและอาวุโสน้อยกว่าอธิบดีกรมทีดินขึ้นมาตรวจสอบ ลักษณะ ด้อยค่ากระทรวงมหาดไทย โดยเล่นใหญ่ ออกตัวแรง ปกป้อง นายพรพจน์ฯอธิบดีกรมที่ดินนั้น
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า นายศุภชัยฯ คนของภูมิใจไทย เป็น “ทนายหน้าหอ”หรือไม่ ทำเหมือนรู้กฎหมาย แต่ความจริง....ให้ประชาชนตัดสินใจเอา การเพิกถอนทีดินเขากระโดง เป็นการเอาที่ดินของรัฐกลับคืน ในการจัดทำบริการสาธารณะ ถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ไม่เกี่ยวกับการเมือง การรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ต้องการใช้อำนาจของนายพรพจน์ฯจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายและตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง แต่การจงใจปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลปกครอง คาบเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาหรือไม่ เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช.ที่จะต้องตรวจสอบ หากมีผู้ร้อง
การใช้อำนาจรัฐ ต้องยึดหลักกฎหมายและพยานหลักฐาน มิใช่ว่าจะโพสต์ลอยๆเชิงตั้งคำถามไปเรื่อย ขาดความน่าเชื่อถือ ไร้ประโยชน์ ถามว่า พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร
ตนจะสอนมวยให้ เมื่อรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงฯ เมื่อมีความสงสัยในการทำหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน ในกรมที่ตนกำกับ ย่อมใช้อำนาจปกครองในตรวจสอบได้
เพราะ รมว.กระทรวงมหาดไทย สถานะทางกฎหมายมหาชน เป็น “หัวหน้าฝ่ายการเมืองระดับกระทรวง” และ “หัวหน้าฝ่ายปกครองระดับกระทรวง” ย่อมมีอำนาจตรวจสอบทบทวน คำสั่งทางปกครองได้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกระบวนการแต่งตั้งโดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการสอบข้อเท้จจริงและมีกรรมการหน่วยงานอื่นเข้าร่วมตรวจสอบ ตาม “หลักโปร่งใส” ตรวจสอบได้และตามหลักธรรมาภิบาล กระบวนการแต่งตั้งย่อมชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งใคร
กรณี นายเดชอิศม์ ขาวทอง (เลขาธิการพรรค ปชป.) รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมที่ดิน และมานั่งร่วมแถลงข่าวด้วย ยิ่งตอกย้ำถึงการยึดหลักกฎหมาย ยึดหลักความถูกต้องที่จะยึดหลักนิติรัฐ เป็นไปตามคำพิพากษาศาลสุงสุดของประเทศในระบบกระบวนการยุติธรรม มิใช่ว่า เป็นการนำคำสั่งทางปกครองของนายพรพจน์ฯมาหักคำพิพากษาศาลฎีกา แล้วประเทศจะอยู่กันได้อย่างไร ไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนนิยมเพิ่ม มีแต่ผลประโยชน์ตกแก่ประชาชนที่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันในที่ดินของรัฐ ตนขอชื่นชมในความกล้าหาญทำเพื่อแผ่นดิน เป็นความหวังของประชาชนที่แท้จริง