นางสาวศศิกานต์ กล่าวต่อว่า แม้ว่ารายได้จากบางแหล่งจะต่ำกว่าประมาณการ แต่ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังประเมินไว้ โดยจะมีการติดตามและบริหารการจัดเก็บรายได้ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและสนับสนุนความมั่นคงทางการคลังของประเทศ
สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (ตุลาคม 2567 - มีนาคม 2568) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 1,189,432 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จำนวน 25,558 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 2.2) โดยหน่วยงานที่นำส่งรายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เป็นหลัก ได้แก่ (1) กรมสรรพากร จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และ (2) ส่วนราชการอื่น จากการนำส่งเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรจากการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล เป็นหลัก
ทั้งนี้ รัฐบาลมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 2,114,054 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จำนวน 543,144 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 34.6) ซึ่งเป็นผลจากมาตรการเร่งรัด การเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2568 ประกอบกับในปี 2567 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ล่าช้าไปเกือบ 7 เดือน
“รัฐบาลขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านการเงินและการคลังของประเทศอย่างรอบคอบ โปร่งใส และมีวินัยทางการคลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมเดินหน้าใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนประเทศสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนในทุกมิติ” นางสาวศศิกานต์ ระบุ