ล่าสุด รัฐบาลเตรียมขยายมาตรการระงับการจำหน่ายกระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และสัญญาณโทรคมนาคม ไปยังชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว , พื้นที่ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ , พื้นที่ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และพื้นที่ จ.ตราด และเกาะกง เพื่อให้การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย นายภูมิธรรม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้
- กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 เพิ่มกำลังลาดตระเวนชายแดน ร่วมมือกับตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และหน่วยข่าวกรองในการสกัดกั้นการลักลอบขนย้ายคนและสินค้า
- ตำรวจภูธรภาค 2 และ สอท. ปฏิบัติการเชิงรุก ตรวจสอบจุดผ่านแดน ควบคุมเส้นทางขนส่งสินค้า และสืบสวนเครือข่ายออนไลน์เพื่อสกัดเส้นทางการเงินของอาชญากร
- ฝ่ายปกครอง ส่งเสริมความร่วมมือกับประชาชนในชุมชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสอาชญากรรม
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตรวจสอบสัญญาการจำหน่ายกระแสไฟฟ้า หากพบว่ามีการใช้สนับสนุนอาชญากรรมจะดำเนินมาตรการตัดไฟ
- กสทช. ตรวจสอบและควบคุมการกระจายสัญญาณโทรคมนาคมชายแดน เพื่อตัดเส้นทางการสื่อสารของเครือข่ายผิดกฎหมาย
- กรมศุลกากร ตรวจสอบและเข้มงวดมาตรการควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพื่อตัดเส้นทางสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติ
"รัฐบาลยืนยันจะคุมเข้มมาตรการต่อเนื่องอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมข้ามชาติทั้งในพื้นที่ชายแดนและบนโลกไซเบอร์ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือปล่อยปละละเลย จะถูกดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแส หากพบพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัย มั่นคง และปราศจากอาชญากรรมข้ามชาติ" นายภูมิธรรม กล่าว