คณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ (กนท.) ขอแสดงจุดยืนปกป้อง "พิรงรอง รามสูต" ในฐานะกรรมการของสถาบันที่ทำหน้าที่กำกับดูแลในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่าง กสทช. เพื่อปกป้องประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค และการออกหนังสือตักเตือนนั้นเป็นไปตามหน้าที่อันสุจริตของกรรมการ กสทช. พร้อมกันนี้ กนท. ยังขอแสดงความกังวลถึงการฟ้องร้องในคดีดังกล่าวว่าอาจเข้าข่ายการใช้กฎหมายปิดปาก (SLAPP) ที่จะนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงลบในการกำกับดูแลกิจการฯ ของ "กสทช." และยังสร้างบรรยากาศความหวาดกลัวแก่สังคมจากการฟ้องร้องที่สื่อมวลชนพึงไม่มีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร
คณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ขอเชิญชวนประชาคมจุฬาฯ และประชาชนจับตาคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่นอกจากจะส่งผลต่อพิรงรอง รามสูต แล้ว จะยังเป็นคำพิพากษาที่กำหนดบรรทัดฐานการกำกับดูแลสื่อและหน้าที่อันพึงกระทำของ กสทช. ต่อจากนี้"
คณะกรรมการนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แมสคอม มช.ออกแถลงการณ์สนับสนุนจุดยืน "พิรงรอง"
ขณะเดียวกัน คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสดงจุดยืนสนับสนุน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูตร ในฐานะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลกิจการการสื่อสารและคุ้มครองประโยชน์สาธารณะตามที่กฎหมายกำหนดโดยสุจริต
"คณะการสื่อสารมวลชนฯ" เห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช. ควรดำเนินการไปตามหลักนิติธรรม และมีความเป็นอิสระ เพื่อปกป้องสิทธิการสื่อสารขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างระบบการสื่อสารที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยควรเป็นหลักประกันสำคัญในการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต และสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับสาธารณะต่อไป
คณะการสื่อสารมวลชนฯ จึงขอแสดงความเคารพต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณะ