เนชั่นทีวี

การเมือง

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน

22 ม.ค. 2568 | thamsathit_pol

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน

ชำแหละ "ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์"  ผ่านมุมมองบรรดา"กระทรวงด้านสังคม" สัญญาณชี้วัดสถานการณ์ชาติ กำลังก้าวสู่ความเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือหายนะทางสังคม 

หลังจาก"เนชั่นทีวี" ได้นำเสนอเบื้องหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568   ผ่านความเห็นชอบในหลักการ "ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร"  หรือ "ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์"   และ การผลักดัน การพนันออนไลน์ ขึ้นบนเดิน ไปแล้ว โดยได้เปิดบันทึกความเห็นของ "กระทรวงมหาดไทย" ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ในการใช้อำนาจควบคุมดูแลตามกฎหมาย หากมีการตั้งสถานกาสิโน  และดันพนันออนไลน์ ขึ้นบนดิน  

วันนี้ เราจะขอตรวจทานความเห็น ในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสังคมว่ามีมุมมองต่อร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ อย่างไรบ้าง  เพราะอย่าลืมว่า มีกระแสความเคลื่อนไหวจากเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคม คัดค้าน"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" อย่างเข้มข้น ถึงขั้นเรียกร้องรัฐบาล ให้ทำประชามติ ต่อการเกิดขึ้นของ กาสิโนในเมืองไทยเสียก่อน   

"เนชั่นทีวี" จึงขอสรุปความเห็นในส่วนของกระทรวงสังคมนำมาเสนอไว้ ดังนี้  

ศธ.แนะควรมีมาตรการไม่ให้กระทบสถานศึกษา นร.- นศ.


ขอเริ่มจาก กระทรวงศึกษาธิการ ที่มี "พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ"  เป็นรมว. ศธ. จากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า สนับสนุนนโยบายรัฐบาล เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการจัดให้มีสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีกฎหมายกำกับการประกอบการกิจการสถานบันเทิงอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม การกำหนดที่ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร การกำหนดเวลาให้บริการ การกำหนดผู้มีคุณสมบัติ เข้าใช้บริการ ทั้งสถานบันเทิงและการพนัน ควรจะเป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และควรมีมาตรการ เพื่อรองรับไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา และผลกระทบทางสังคม

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน
 

วธ.-พศ.  แนะ กำหนดวันเปิด ปิด สถานบันเทิงฯในวันสำคัญทางพุทธศาสนา 


"กระทรวงวัฒนธรรม"   สุดาวรรณ  หวังศุภกิจโกศล รมว. จากพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับหลักการของ "ร่างพ.ร.บ. ประกอบธุรกิจถานบันเทิงครบวงจร" เพื่อส่งเสริมและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรเพื่อรองรับการท่องเที่ยว และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อสังคมในภาพรวม และเป็นการสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน อีกทั้ง ยังมีการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้าโอท็อป

ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นการควบคุมวันอนุญาตให้มีการเล่นการพนัน และการจำหน่ายแอลกอฮอลในวันสำคัญทางศาสนาและวันสำคัญของชาติตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.  ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 โดยคำนึงถึงถึงความสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน

ขณะที่ "สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ"  โดย นายอินทพร จั่นเอี่ยม  ผอ.สำนักพุทธฯ มีความเห็นว่า  เมื่อพิจารณาหลักการและเหตุผลของ "ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร" เป็นไปเพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพที่สามารถต่อยอดอุตสาหกรรม"Fun Economy"ได้โดยผ่านการส่งเสริมให้มีสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นนักลงทุนและนักธุรกิจมีช่องทางในการลงทุนในอุตสาหกรรมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร

เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโอกาสในการพัฒนาที่ดินที่ถือครองให้เกิดเป็นรายได้ และเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่โดยรอบสถานบันเทิงครบวงจรและเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสในการพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ ทั้งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่เป็นภาคอุตสาหกรรมที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ และ เจ้าหน้าที่รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตใน"ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร" ดังนี้ กล่าวคือ ควรมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขกำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการครบวงจร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาให้มีความชัดเจนควรมีข้อห้ามหรือคำเตือนเกี่ยวกับการให้บริการหรือชักชวนเข้าใช้บริการในสถานบริการดังกล่าวเช่นเดียวการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือผลิตภัตภัณฑ์ยาสูบเพื่อเป็นข้อเดือนใจพุทธศาสนิกชนให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ภายใต้การนำของ "ศุภมาส  อิศรภักดี"  จากพรรคภูมิใจไทย พิจารณาแล้วเห็นควรสนับสนุมนโยบายรัฐบาล เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการจัดให้มีสถานบันเทิงครบวงจร โดยมีกฎหมายกำกับการประกอบกิจการสถานบันเทิงอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม การกำหนดที่ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร การกำหนดเวลาให้บริการ การกำหนดผู้มีคุณสมสมบัติเข้าใช้บริการ ทั้งสถานบันเทิงและการพนัน ควรจะเป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และควรมีมาตรการเพื่อรองรับไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา และผลกระทบทางสังคม

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน
 

แรงงานขอโควต้าร่วมเป็นกก.นโยบาย 

"กระทรวงแรงงาน"  ที่มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  เป็นเจ้ากระทรวง  พิจารณาแล้ว ไม่ขัดข้องต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว เป็นการส่งเสริมและกำกับดูแลเพื่อให้เกิดธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่ได้มาตรฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศ อันจะก่อให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้น และประชาชนมีโอกาสพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นผลตีต่อประชาชนในสังคมในภาพรวม ตลอดจนเป็นการสนับสนุนให้เกิดดังนี้


1. เพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรในร่างมาตรา 6 โดยกำหนดให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นกรรมการโดยตำแหน่งของคณะกรรมการดังกล่าว เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการจ้างงานคนไทยและคนต่างด้าว ซึ่งเป็นภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานและเพื่อให้สัมพันธ์กับองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารในร่างมาตรา 15 ที่มีการกำหนดให้ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นกรรมการ  โดยตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร 

2. แก้ไขเพิ่มเติมขอบเขตของการกำหนดสัดส่วนการจ้างงานของคนไทยและคนต่างด้าว ในร่างมาตรา 57  วรรคหนึ่ง จาก "ผู้รับใบอนุญาตต้องมีสัดส่วนของพนักงานคนไทยและคนต่างด้าว ในสถานบันเทิงครบวงจรตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด" เป็น "ผู้รับใบอนุญาตต้องมีสัดส่วน ของพนักงานคนไทยและคนต่างด้าวในสถานบันเทิงครบวงจรตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด"

ทั้งนี้ การกำหนดสัดส่วนของพนักงานคนไทยและคนต่างต้าวในสถานบันเทิงครบวงจร ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของชาติ โอกาสในการประกอบอาชีพและวิชาชีพของคนไทย การส่งเสริมการมีงานทำของคนไทย การส่งเสริมภูมิญญา และเอกลักษณ์ไทย และความต้องการแรงงานคนต่างต้างด้าวที่จำเป็นต่อการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ"

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน

ก.พัฒนาสังคมฯ เห็นด้วยแต่ห่วงใยความมั่นคงชีวิต

"กระทรวงการพัฒนาสังคนและความมั่นคงของมนุษย์"  นายวราวุธ  ศิลปอาชา  เป็นรมว. จากพรรคชาติไทยพัฒนา เห็นด้วยในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เนื่องจากเป็นการส่งเสริมและกำกับดูแลเพื่อให้ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรมีมาตรฐานและดำเนินการอย่างถูกต้องภายใต้การควบคุมทางกฎหมาย สามารถรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศอันจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม การเปิดสถานบันเทิงครบวงจรอาจส่งผลกระทบให้ประชาชนบางกลุ่มได้รับความเสี่ยงในชีวิต โดยเฉพาะพฤติกรรมการเสพติดการพนันของบุคล อาจนำไปสู่ปัญหาทางอาชญากรรมความสัมพันธ์และความรุนแรงในครอบครัว ยาเสพติด และปัญหาหนี้สิน ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน แต่ยังสะท้อนถึงความมั่นคงของประเทศได้เช่นกัน

โดยเฉพาะมิติด้านสังคม ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน 

ส่องกระทรวงด้านสังคม ชำแหละ"ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ" ห่วงใยจุดไหน

4 ข้อสังเกตน่าห่วง จาก ก.ยุติธรรม ต่างด้าวทะลัก - สังคมเสื่อมทุกมิติ – เพาะเชื้อทุจริต- หวั่นไม่คุ้มค่าศก.


กระทรวงยุติธรรม  ภายใต้การนำของ พล.ต.อ. ทวี  สอดส่อง  จากพรรคประชาชาติ  เห็นชอบด้วยในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว และมีข้อสังเกต ดังนี้ 1. เมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับแล้วน่าจะทำให้คนต่างด้าวหลั่งไหลเดินทางเข้ามาในประเทศเพื่อที่จะเข้ามาที่สถานบันเทิงครบวงจรเพื่อเล่นการพนัน ซึ่งการเดินทางเข้าออกของคนต่างด้าวกลุ่มนี้อาจจะนำมาซึ่งการก่อปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบใหม่ที่รัฐยังไม่มีมาตรการรองรับ รวมถึงปัญหาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจจะเดินทางแฝงตัวเข้ามาเพื่อก่ออาชญากรรมได้

2.การพัฒนาธุรกิจบันเทิงรูปแบบใหม่ให้เป็นสถานบันเทิงครบวงจร อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กหรือเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศในเรื่องนโยบายทางการศึกษาที่เคยมุ่งเน้นให้เยาวชน เป็นผู้ที่มีศีลธรรมอันดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยาเสพติด อบายมุข ตามหลักคำสอนทางของเยาวชนด้วย ถ้ารัฐยังไม่มีมาตรการที่จะป้องกัน และส่งเสริมวินัยประชากรตั้งแต่วัยเด็ก จะนำมาซึ่งความไร้ระเบียบวินัยของประชากรในอนาคต และจะเป็นการเพิ่มภาระในการขับเคลื่อนประเทศให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

3.ควรกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ในกฎหมายด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ปัญหาการทุจริตยังมีข้อจำกัดอย่างเห็นได้ชัด และยังไม่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเท่าที่ควร และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น

4.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดีการมีธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรดังกล่าว จะเกิดความคุ้มค่าในการดำเนินการของภาครัฐหรือไม่ อย่างไร   ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มค่าของเศรษฐกิจ สังคม ซึ่งการมีบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวอาจจะยังไม่เพียงพอต่อการมีหลักประกันว่าจะเกิดความคุ้มค่าในภาพรวมได้ รวมถึงการรักษาภาพลักษณ์ของสังคมไทยให้อยู่ในความสงบ ...ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ซึ่งอาจต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่านโยบายนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ

ข่าวล่าสุด