เนชั่นทีวี

การเมือง

"สมศักดิ์" ชง มาตรการแก้ฝุ่นพิษ ให้หน่วยงานรัฐนำร่อง "WFH" ครม. สัปดาห์หน้า

21 ม.ค. 2568 | thamsathit_pol

"สมศักดิ์" ชง มาตรการแก้ฝุ่นพิษ ให้หน่วยงานรัฐนำร่อง "WFH" ครม. สัปดาห์หน้า

”สมศักดิ์“ เตรียมเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า ให้หน่วยงานรัฐนำร่อง "WFH" หากพื้นที่ไหนค่าฝุ่นรุนแรง อ้างผลวิจัย ม.ชิคาโก ระบุฝุ่นพิษทำคนอายุสั้น ขอ ปชช.สวมหน้าอนามัย 

21 มกราคม 2568  ที่ทำเนียบรัฐบาล "นายสมศักดิ์  เทพสุทิน"  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ pm2.5 ว่า ขณะมีสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ซึ่งในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขที่มีคณะกรรมการควมคุบโรคจากการประกอบอาชีพ และโรคจากสิ่งแวดล้อม โดยมีตนเองเป็นประธาน และจะมีการนัดประชุมในวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) เพื่อหามาตรการป้องกันฝุ่น pm2.5 เพื่อนำมาตรการดังกล่าว เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ถัดไป คือ วันที่ 28 ม.ค. โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ ให้ Work From Home (WFH) หรือการทำงานที่บ้านทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ มีหลักพิง ที่ให้หน่วยงานรัฐ สามารถตัดสินใจว่า จะให้ทำงานที่บ้านหรือไม่ บนหลักข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมา หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งเชื่อว่า หากภาครัฐทำเป็นตัวอย่างแล้ว ภาคเอกชนก็จะปฏิบัติตามมา 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา หากมีค่าฝุ่น pm2.5 เพิ่มขึ้นจาก 37.5 ไมโครกรัม และเพิ่มขึ้นอีก 10 ไมโครกรัม เป็นระยะเวลานาน จะทำให้คนมีอายุสั้นลงปีเศษ ๆ หรือ 1.03 ปี และเชื่อว่า สถานการณ์ปีนี้จะยังคงรุนแรง ฝากให้ประชาชนสวมใส่หน้าอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นควบคู่ไปด้วย 

สมศักดิ์ เทพสุทิน  รมว.สาธารณสุข

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน  "รมว.สาธารณสุข" เปิดเผยอีกว่า เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงขอแจ้งมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดังนี้

1.ให้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุขกรณีหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ประจำปี 2568 เตรียมความพร้อม และดำเนินการตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 2172/2567 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2567 อย่างเคร่งครัด

2.เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุก และสร้างความรอบรู้เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ฝุ่นละออง PM2.5) ให้กับประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพ และการป้องกันตนเองจากภาวะฝุ่น PM 2.5 รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสื่อสารให้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น

3.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ จัดทีมปฏิบัติการทางการแพทย์ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดูแลประชาชนในพื้นที่

4.ขยายบริการด้านการแพทย์สาธารณสุขให้ครอบคลุม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง โดยเพิ่มบริการห้องปลอดฝุ่น และมุ้งสู้ฝุ่น รวมทั้งจัดตั้งคลินิก PM 2.5 การให้คำปรึกษาออนไลน์ในช่องทางต่างๆ

5.ให้สนับสนุนอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่างๆ เช่น หน้ากากอนามัย น้ำเกลือ กระบอกฉีดยาสำหรับล้างจมูก จึงขอให้แจ้งหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติต่อไป

"สมศักดิ์" ชง มาตรการแก้ฝุ่นพิษ ให้หน่วยงานรัฐนำร่อง "WFH" ครม. สัปดาห์หน้า

 

 

 

ข่าวล่าสุด