นางสาวพรรณิการ์ วานิช อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ออกมาประเมินจะไม่สามารถจับตัวจำเลยคดีตากใบ มาเข้าสู่กระบวนการได้แม้แต่คนเดียวว่า อาจกระทบต่อ ทั้งการเจรจาสันติภาพ และในระดับพื้นที่เอง ที่ประชาชนในพื้นที่รู้สึกแปลกใจ ที่ไม่มีจำเลยมาปรากฏตัว ทั้งที่เป็นคดีที่มีหมายจับแล้ว และญาติผู้สูญเสีย ก็หวังเห็นความพยายามของรัฐบาลอย่างถึงที่สุด ในการทำให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้น 8 วันสุดท้ายนี้ จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของรัฐบาลว่า จะสามารถแสดงเจตจำนงค์ทางการเมืองใดหรือไม่ ในการนำตัวจำเลยเข้าสู่กระบวนการ รวมถึงการเจรจากับต่างประเทศ เพื่อสะท้อนความพยายามในการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน พร้อมมั่นใจว่า กระบวนการเหล่านี้ ไม่ใช่กระบวนการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะไม่เกี่ยวข้องกับศาล แต่เป็นหน้าที่ตำรวจ และอัยการ ที่นำตัวจำเลยมาส่งศาล จึงเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบไปแล้วนั้น นางสาวพรรณิการ์ เห็นว่า หากมีการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินคดีอาญาต่อได้ กับคดีของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่รับเงินเยียวยาไปแล้ว และมีการเรียกร้องให้ฟื้นคดีอาญา เพื่อนำตัวคนผิดเข้าสู่กระบวนการนั้น ก็ถือเป็นกรณีเดียวกัน ดังนั้น การเยียวยา เป็นเรื่องที่ดี และถือเป็นการรับผิดชอบของรัฐบาลต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่การรับเงินเยียวยาดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการทำให้คดีอาญาสิ้นสุดลง เพราะในการสร้างความยุติธรรม จะต้องมีการแสวงหาความจริง, การนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการ ไม่มี 2 มาตรฐาน, การเยียวยา และการปฏิรูปองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และการจ่ายเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถนำมาซึ่งการปรองดองสมานฉันท์ที่แท้จริงได้