"ระยะเวลาที่เหลือ 9 วันพรรคประชาชาติมีความห่วงใยในฐานะที่อยู่ในพื้นที่อยากให้กระบวนการยุติธรรม อยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำตัวจำเลยและผู้ต้องหา หรือจำเลยหรือผู้ต้องหาที่ฟังอยู่ ก็สามารถไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่าน ไม่ได้หมายความว่าศาลประทับ ฟ้องแล้ว ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว ท่านจะเป็นผู้กระทำความผิดแต่อยากให้ท่านเดินหน้า ผดุงความยุติธรรมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าก่อให้เกิดเงื่อนไขขึ้นมาใหม่ในพื้นที่ เราเป็นห่วงกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่จากอดีต ปัจจุบัน ถึงอนาคต ที่จะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่กับกรณีคดีตากใบ"นายกมลศักดิ์กล่าว
ส่วนหากจำเลยทั้งหมดไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และทางรัฐบาลก็ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะติดตามตัวกลับมา หลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อ
"นายกมลศักดิ์" กล่าวว่านี่คือสิ่งที่พรรคประชาชาติเป็นห่วง สิ่งที่อยากเห็นตอนนี้คืออยากเห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบแถลงข่าวให้ชัดเจนว่าการติดตามจับกุมไปถึงไหนอย่างไรเราในฐานะที่เป็นพรรคประชาชาติถ้าหลังจากวันที่ 25 ตุลาคมนี้ไม่สามารถที่จะจับกุมอะไรได้เลย และศาลก็ไม่สามารถสืบพยานได้อัยการไม่สามารถส่งฟ้องได้เราเป็นห่วงสถานการณ์ในฐานะพรรคประชาชาติ
ขณะที่ "พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง" ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้ประสานงานให้มีการติดตามจับกุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่เป็นการทวงถามฝ่ายเดียว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวถึงความคืบหน้า ในเรื่องนี้ เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบ
"นายกมลศักดิ์" ยังกล่าวถึงกรณีที่พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่าเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ไม่ขอก้าวก่าย แต่ระบุว่ามีประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยซึ่งต้องมีการชี้แจงต่อสังคมไม่เข้าใจว่าหนังสือลาออกส่งมาได้อย่างไร ซึ่งส่วนตัวตอนที่อยู่สภา ไม่ค่อยได้เจอพลเอกพิศาล เนื่องจากอยู่คนละกรรมาธิการ แต่อาจจะมีการเดินสวนทางกันในห้องประชุมแต่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว