อย่าลืมว่า สาเหตุที่ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี รอบสอง เนื่องจากเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 กกต.มีมติแจกใบเหลือง "ชาญ พวงเพ็ชร์" กรณี จัดเลี้ยงและมหรสพ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้ตัวเอง
สำหรับการให้ใบเหลืองนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ทั้ง 4 คนเดิม สามารถแข่งขันและรณรงค์หาเสียง โดยใช้หมายเลขเดิม
ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี เมื่อ 30 มิถุนายน 2567 ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับดังนี้
อันดับ 1 "ชาญ พวงเพ็ชร์" กลุ่มปทุมรักไทย พรรคเพื่อไทย ได้ 203,032 คะแนน
อันดับ 2 "พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง" กลุ่มคนรักปทุม ได้ 201,212 คะแนน
อันดับ 3 "นพดล ลัดดาแย้ม" ได้ 16,983 คะแนน อันดับ 4 อธิวัฒน์ สอนเนย ได้ 7,122 คะแนน
รอบนี้ บ้านใหญ่ฝั่ง"ลุงชาญ" ไม่เหมือนเดิม
เมื่อพิจารณาจากกำลังหนุนแต่ละฝ่าย เป็นที่ทราบกันดีว่า กองหนุนที่สำคัญของ "ชาญ พวงเพ็ชร์" คือ กลุ่มบ้านใหญ่ปทุมธานี 8 ซุ้ม และหนึ่งในนั้นคือ "นายกเบี้ยว" กฤษฎา หลีนวรัตน์
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2567 ชาญ พวงเพ็ชร์ ได้พานักการเมืองท้องถิ่นหรือบ้านใหญ่ 8 ซุ้ม ไปพบ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่โครงการเรนจ์วูดปาร์ค ลำลูกกา คลอง 11 ต่อมา"ทักษิณ" ก็ไปเป็นประธานงานบวชลูกชายคนเล็กของนายกเบี้ยว ในวันที่ 8 มิถุนายน 2567 ที่ลานข้างเทศบาลตำบลธัญบุรี (คลอง 7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี
เบื้องลึกในกลุ่มบ้านใหญ่ 8 ซุ้มนั้น มีอยู่ 2 ซุ้มที่เป็นกองกำลังหลักในการช่วยเหลือ"ลุงชาญ"คือ นายกเบี้ยว-กฤษฎา หลีนวรัตน์ บิดา ฟลุค-มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ เป็น สส.ปทุมธานี เขต 5
บ้านใหญ่ธัญบุรี เป็นเพื่อนตายสหายศึกของ"ชาญ พวงเพ็ชร์" แต่สมัยก่อตั้งกลุ่มปทุมรักไทย ปี 2547
นายกแป๊ะ-สายัณ นพขำ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง บิดา ศุภชัย นพขำ อดีต สส.ปทุมธานี ก็เป็นบ้านใหญ่อีกหลังหนึ่งที่เป็นมิตรแท้ของลุงชาญ
การเลือกตั้งนายก อบจ.รอบใหม่ 22 ก.ย.นี้ น่าจับตาดูว่า บ้านใหญ่เมืองปทุมฯ ทั้ง 8 ซุ้ม ยังพร้อมอกพร้อมใจหนุนช่วย "ลุงชาญ" หรือไม่
ดูทรง "บิ๊กแจ๊ส" พลิกกลับมา เป็นต่อ "ลุงชาญ"
คอการเมืองย่านเมืองปทุมฯ ต่างมองไปในทิศทางเดียวกัน ศึกใบเหลืองสนาม อบจ.ปทุมธานี "บิ๊กแจ๊ส" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นต่อ"ลุงชาญ"
สืบเนื่องจาก "ชาญ พวงเพ็ชร์" ยังมีคดีค้างเก่า สมัยดำรงตำแหน่ง "นายกอบจ.ปทุมธานี" ปี 2555 ถูกร้องเรียนกรณีทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพ ซึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และส่งฟ้องศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1
"ชาญ" ได้ยื่นขอประกันตัวสู้คดี และศาลไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะเวลานั้น ครั้นได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงมีคำถามตามมาว่า ชาญจะปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่
ด้วยเหตุนี้ "บิ๊กแจ๊ส" คำรณวิทย์ จึงชูคำขวัญ "เลือกผม ทำงานได้ทันที" คล้ายจะบอกว่า ถ้าเลือก "ลุงชาญ" ได้เป็นนายก อบจ. ก็ยังทำงานทันทีไม่ได้ แต่อย่างว่า ครั้นฝ่ายหนึ่งเปิดสโลแกนเชิงรุก ก็ทำให้ล่าสุด เมื่อไม่กี่วันมานี้ และอาจเป็นจังหวะช่วงสุดท้าย เมื่อ"ลุงชาญ" เปิดเกมโต้กลับผ่านสโลแกน "ทำงานได้ทันที ปทุมธานีต้องดีกว่าเดิม"
"ลุงชาญ" เกทับกลับ ด้วยคำกล่าว " มั่นใจในอุดมการณ์ และความตั้งใจที่จะพัฒนาปทุมธานีของเราให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน วันนี้ปทุมธานีของเราเติบโตและขยายตัวเร็วมาก ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาร่วมพัฒนา และต้องมีผู้นำที่เข้าใจพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานีจริงๆ
ในวันที่ผมมีตำแหน่งหรือไม่มีก็ตาม ผมไม่เคยทิ้งคนปทุม ให้การช่วยเหลือมาตลอด ลงพื้นที่ไม่เคยขาด ผมทำทุกอย่างด้วยใจรักผมถึงเข้าใจดีถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ผมเชื่อในความสม่ำเสมอของผม และผมไม่สามารถทิ้งคนปทุมไว้ข้างหลังได้อย่างแน่นอน
"ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ผมเชื่อในการกระทำและผลงานมากกว่า"
จะว่าไปแล้ว หนที่แล้ว "พล.ต.ท.คำรณวิทย์" มีกระแสความนิยมสูงกว่า "ลุงชาญ" เหมือนผลสำรวจของนิด้าโพลล์ แต่มีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่าที่คาด "พล.ต.ท.คำรณวิทย์" จึงพ่ายเกมจัดตั้งของฝั่ง "ลุงชาญ" ที่มีกลุ่มบ้านใหญ่ และพรรคเพื่อไทย เป็นกองหนุน
ฉะนั้น"ศึกล้างตา" อาทิตย์ที่ 22 กันยายน น่าลุ้นยิ่งนัก