พันเอก ปณต เขตต์สันเทียะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาศาลเคยบอกว่าตัดพยาน คือ ไม่มีการสืบพยานโจทย์ จำเลย จาก 3 วัน เหลือ 2 วันนั้น เพราะว่าในสำนวนพอแล้ว สามารถพิจารณาได้แล้ว วันที่ 17 ก.ย.นี้ ก็คงมีคำพิพากษาออกมาเลย ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ถ้ากระทำความผิดตามฟ้อง ศาลก็พิจารณาทำโทษตามกฎหมาย
แต่ถ้าพยานหลักฐานฟังแล้วไม่มีความผิดตามฟ้อง ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ศาลก็อาจจะพิพากษายกฟ้องได้ทั้ง 2 กรณี แต่ไม่ว่าจะเป็นยกฟ้องหรือลงโทษ ปปช.คู่ความก็มีสิทธิอุทธรณ์ได้อยู่แล้ว
ซึ่งถ้าวันที่ 17 ก.ย.นี้ ไม่มีคำพิพากษา จะต้องมีเหตุผลพอที่จะเลื่อนหรือไม่นั้น การพิจารณาคดีอาญาต้องทำต่อหน้าจำเลย เว้นแต่มีเหตุจำเป็นว่า จำเลยมีเหตุมาศาลไม่ได้ ด้วยมีเหตุเจ็บป่วย ก็อาจจะมายื่นคำร้องขอศาลพิพากษา แต่ก็อยู่ในดุลพินิจของผู้พิพากษา ว่ามีเหตุจะให้เลื่อนการพิจารณาไปจากการอ่านคำพิพากษาก็ได้
ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่จะมีการเลื่อนพิจารณาคดีทุจริตในวันที่ 17 ก.ย. ออกไป จะเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ ที่เกี่ยวกับการวิ่งเต้น โดยมีผู้ใหญ่ของจังหวัดสระบุรีท่านหนึ่ง ใช้เงินที่มียอดเงินสูงถึง 40 ล้านบาท จะเกี่ยวข้องเป็นไปได้หรือไม่
พันเอก ปณต เขตต์สันเทียะ ตอบว่า ผมว่าไม่มีทางเป็นไปได้ น่าจะเป็นข่าวลือ หรือการปล่อยข่าวให้เป็นกระแสที่ไปพูดกันเอง ความยุติธรรมเมื่อมาถึงศาลแล้ว ผมว่าไม่มีทางเป็นไปได้ อย่าว่าแต่ 40 ล้านบาท แม้แต่เงินล้าน 2 ล้านบาท มันเยอะ ต้องมีที่มาที่ไป ถ้ามีเรื่องอย่างนี้ ต้องรู้แล้วว่าใครรับเงินหรือไม่รับเงิน หรือมีการใช้เงินตรงนี้ ก็มีแต่ข่าว
แต่ผมเชื่อมั่นในความยุติธรรม และในความเป็นศาล โดยเฉพาะศาลทุจริต เป็นเหมือนศาลพิเศษ ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยเฉพาะ