เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม" ลุยตรวจน้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพชาวน่าน

25 ส.ค. 2567 | natthanan_chu

"ภูมิธรรม" ลุยตรวจน้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพชาวน่าน

รองนายกรัฐมนตรี "ภูมิธรรม" ลุยตรวจน้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพชาวน่าน - สั่งทุกหน่วยงานให้ข้อมูลจริงไม่โกหก ปชช. ป้องกันตื่นตระหนก การันตีน้ำไม่ถึง กทม.แน่นอน - คาด 15 ก.ย.ได้ ครม.ใหม่


25 สิงหาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี พร้อม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

 

 

ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ และสถานการณ์น้ำในภาพรวมของพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

 

โดยได้ตรวจสถานการณ์น้ำผ่านรถ Mobile War Room วัดอัมพวัน (ม่วงใต้) อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

 

พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย และฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำจากผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ที่หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และนี้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกัน 

 

 

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยจากนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน ในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2567 ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอท่าวังผา ได้รับผลกระทบรวม 11 อำเภอ 65 ตำบล มีน้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตร สวนสาธารณะหมู่บ้าน และบ้านเรือนประชาชน

 

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าได้รับความเสียหายโดยรวม 43 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์น้ำลดลงและเริ่มคลี่คลาย โดยจะมี อบต. เทศบาล ทหารและภาคเอกชนช่วยระดมทำความสะอาด ซ่อมแซม ฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้จัดชุดปฏิบัติการเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพแก่ประชาชนที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง  

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี พบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย ตำบลศรีภูมิ ทั้งตำบล จำนวน 728  หลังคาเรือน พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วน เร่งฟื้นฟู และช่วยเหลือให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว รวมถึงให้หน่วยงานด้านการคมนาคม จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย รวมทั้งจัดป้ายแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบ

 

 

รวมทั้งเร่งซ่อมแซมเส้นทางที่ชำรุด/ถูกตัดขาด เร่งเคลียร์พื้นที่ที่รับความเสียหาย ถนนหนทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรได้โดยเร็ว พร้อมคาดการณ์สถานที่/พิกัดจุดที่อาจจะเกิดน้ำท่วม รวมทั้งช่องทางคันกั้นน้ำควรจะมีการเจาะทะลุเพื่อให้น้ำไหลผ่านระบายได้  พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุของหน่วยงาน ให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำด้วย ขณะเดียวกันได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ ติดตามปริมาณและราคาสินค้า อย่าให้ขาดตลาด พร้อมวอนอย่าเอาเปรียบพี่น้องประชาชนในการขึ้นราคาสินค้าด้วย

 

 


นายภูมิธรรม ได้กำชับให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานรับทราบ และขอให้ติดตามสถานการณ์ อย่าวางใจเพราะยังมีฝนยังตกอยู่ และขอให้มีการกระจายรถโมบายไปในหลายพื้นที่ รวมถึงให้เชื่อมโยงข้อมูลไปยังส่วนกลางด้วย เพราะขณะนี้สถานการณ์ยังต้องจับตา รวมถึงสถานการณ์ที่จังหวัดสุโขทัย สถานการณ์อาจจะหนักได้ เพราะน้ำเริ่มไหลลงไปยังพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแล้ว และขอให้ใช้โดรนติดตามความเคลื่อนไหวของมวลน้ำด้วย 

 

 

นายภูมิธรรม เผยว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลแก่ประชาชน จากกรณีกระแสข่าวว่าน้ำอาจจะท่วมหนักเหมือนปี 2554 เพื่อที่ประชาชนจะได้เกิดความสบายใจ ซึ่งรัฐบาลพยายามคาดการณ์ล่วงหน้าถึงจุดต่าง ๆ ที่จะเกิดเหตุการณ์ ซึ่งเครื่องมือตรวจวัดขณะนี้ ค่อนข้างตรงกับสถานการณ์ จึงอยากให้ประชาชนรับฟังข่าวสารเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายได้ 

 

 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อย และน้ำครั้งนี้เป็นน้ำหลากจะขังไม่นาน ซึ่งดีกว่าปี 2554 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ คือการฟื้นฟูสภาพบ้านเรือน ซึ่งตนได้สั่งการทุกหน่วยงานไปแล้ว ทั้งกระทรวงพาณิชย์ว่าอย่าให้ของขาดตลาด และอย่าให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า, กระทรวงคมนาคมให้ดูแลเรื่องการสัญจร และดูถึงอนาคตว่าเส้นทางไหนที่สามารถช่วยระบายน้ำได้โดยไม่ต้องรอให้น้ำมา ก็สามารถให้เจาะถนน เพื่อเป็นรอระบายได้เลย กระทรวงอื่นๆก็มีการทำงานร่วมกันขอให้ประชาชนสบายใจได้

 


    
นายภูมิธรรม ยังย้ำอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาด้วย แม้ว่าได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่กระบวนการจนกว่าจะปฎิบัติหน้าที่ได้มีอีกหลายขั้นตอน และจะต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ให้เร็วที่สุดคาดว่า ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนจะแล้วเสร็จ และจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ไม่น่าจะเกิน 15 กันยายนนี้  

 


 
นายภูมิธรรม ย้ำว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และไม่ว่าฝนจะตกอย่างไร ก็จะไม่ไปถึง กทม.ขอให้สบายใจได้ 

 

 

ส่วนที่มีความกังวลน้ำจะท่วมหนักเหมือนปี 2554 นั้น นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า รัฐบาลนำข้อมูลมาดูแล้วยังมีที่ว่างในอ่างเก็บน้ำและเขื่อน เพียงพอรับน้ำได้ และขอความกรุณาอย่าสร้างความตื่นตระหนก ไม่โกหกประชาชน พูดแต่ข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันรัฐบาลดูแลเต็มที่ รวมถึงที่จังหวัดภูเก็ตด้วย และหากนางสาวแพทองธาร เข้ามาทำหน้าที่แล้ว ตนจะทำเรื่องเสนอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สนทช. หรืออาจจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกันส่งเสริมแผนบริหารจัดการน้ำ 

 

 

ส่วนจะได้คณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ในวันที่ 15 กันยายนนี้ใช่หรือไม่ นั้น

 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเพียงการคาดการณ์ของตน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และกฎหมาย

ข่าวล่าสุด