จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี พบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย ตำบลศรีภูมิ ทั้งตำบล จำนวน 728 หลังคาเรือน พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วน เร่งฟื้นฟู และช่วยเหลือให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว รวมถึงให้หน่วยงานด้านการคมนาคม จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย รวมทั้งจัดป้ายแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบ
รวมทั้งเร่งซ่อมแซมเส้นทางที่ชำรุด/ถูกตัดขาด เร่งเคลียร์พื้นที่ที่รับความเสียหาย ถนนหนทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรได้โดยเร็ว พร้อมคาดการณ์สถานที่/พิกัดจุดที่อาจจะเกิดน้ำท่วม รวมทั้งช่องทางคันกั้นน้ำควรจะมีการเจาะทะลุเพื่อให้น้ำไหลผ่านระบายได้ พร้อมกำชับให้ทุกภาคส่วนดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุของหน่วยงาน ให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำด้วย ขณะเดียวกันได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ ติดตามปริมาณและราคาสินค้า อย่าให้ขาดตลาด พร้อมวอนอย่าเอาเปรียบพี่น้องประชาชนในการขึ้นราคาสินค้าด้วย
นายภูมิธรรม ได้กำชับให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานรับทราบ และขอให้ติดตามสถานการณ์ อย่าวางใจเพราะยังมีฝนยังตกอยู่ และขอให้มีการกระจายรถโมบายไปในหลายพื้นที่ รวมถึงให้เชื่อมโยงข้อมูลไปยังส่วนกลางด้วย เพราะขณะนี้สถานการณ์ยังต้องจับตา รวมถึงสถานการณ์ที่จังหวัดสุโขทัย สถานการณ์อาจจะหนักได้ เพราะน้ำเริ่มไหลลงไปยังพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแล้ว และขอให้ใช้โดรนติดตามความเคลื่อนไหวของมวลน้ำด้วย
นายภูมิธรรม เผยว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลแก่ประชาชน จากกรณีกระแสข่าวว่าน้ำอาจจะท่วมหนักเหมือนปี 2554 เพื่อที่ประชาชนจะได้เกิดความสบายใจ ซึ่งรัฐบาลพยายามคาดการณ์ล่วงหน้าถึงจุดต่าง ๆ ที่จะเกิดเหตุการณ์ ซึ่งเครื่องมือตรวจวัดขณะนี้ ค่อนข้างตรงกับสถานการณ์ จึงอยากให้ประชาชนรับฟังข่าวสารเพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายได้
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อย และน้ำครั้งนี้เป็นน้ำหลากจะขังไม่นาน ซึ่งดีกว่าปี 2554 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ คือการฟื้นฟูสภาพบ้านเรือน ซึ่งตนได้สั่งการทุกหน่วยงานไปแล้ว ทั้งกระทรวงพาณิชย์ว่าอย่าให้ของขาดตลาด และอย่าให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า, กระทรวงคมนาคมให้ดูแลเรื่องการสัญจร และดูถึงอนาคตว่าเส้นทางไหนที่สามารถช่วยระบายน้ำได้โดยไม่ต้องรอให้น้ำมา ก็สามารถให้เจาะถนน เพื่อเป็นรอระบายได้เลย กระทรวงอื่นๆก็มีการทำงานร่วมกันขอให้ประชาชนสบายใจได้
นายภูมิธรรม ยังย้ำอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มาด้วย แม้ว่าได้รับการเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่กระบวนการจนกว่าจะปฎิบัติหน้าที่ได้มีอีกหลายขั้นตอน และจะต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ให้เร็วที่สุดคาดว่า ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนจะแล้วเสร็จ และจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ไม่น่าจะเกิน 15 กันยายนนี้
นายภูมิธรรม ย้ำว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และไม่ว่าฝนจะตกอย่างไร ก็จะไม่ไปถึง กทม.ขอให้สบายใจได้
ส่วนที่มีความกังวลน้ำจะท่วมหนักเหมือนปี 2554 นั้น นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า รัฐบาลนำข้อมูลมาดูแล้วยังมีที่ว่างในอ่างเก็บน้ำและเขื่อน เพียงพอรับน้ำได้ และขอความกรุณาอย่าสร้างความตื่นตระหนก ไม่โกหกประชาชน พูดแต่ข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันรัฐบาลดูแลเต็มที่ รวมถึงที่จังหวัดภูเก็ตด้วย และหากนางสาวแพทองธาร เข้ามาทำหน้าที่แล้ว ตนจะทำเรื่องเสนอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สนทช. หรืออาจจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกันส่งเสริมแผนบริหารจัดการน้ำ
ส่วนจะได้คณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ในวันที่ 15 กันยายนนี้ใช่หรือไม่ นั้น
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเพียงการคาดการณ์ของตน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และกฎหมาย