เนชั่นทีวี

การเมือง

รัฐบาลเอาอยู่ "ภูมิธรรม" แถลงเร่งช่วยน้ำท่วม ลั่นไม่หนักเท่า 54

22 ส.ค. 2567 | natthanan_chu

รัฐบาลเอาอยู่ "ภูมิธรรม" แถลงเร่งช่วยน้ำท่วม ลั่นไม่หนักเท่า 54

"ภูมิธรรม" แถลงรัฐบาลเอาอยู่ สั่งทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือน้ำท่วม ยันไม่ต้องห่วง มีงบกลางคอยดูแลอยู่แล้ว มั่นใจ ไม่หนักเหมือนปี 54

22 สิงหาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม เรื่อง "อุทกภัย"


นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมฉุกเฉินของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ที่เรียกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาประชุม เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นกับฝนที่ตกลงมาอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง  รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงานกัน ทำงานไปบ้างแล้ว กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง สั่งปภ.ดเรื่องของการป้องกันภัย กระทรวงเกษตรได้ส่งกรมชลประทานไปแล้ว เพื่อความไม่ประมาทและข้อห่วงใยทั้งหมดที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรี ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยสมบูรณ์ก็ความเป็นห่วง 
 

จึงอยากฝากให้ดูแลประชาชน ไม่ได้นิ่งนอนใจซึ่งบางส่วนได้ทุเลาลงไปแล้ว วันนี้ที่ประชุมทั้งหมดได้มีการทบทวนแผนงานที่ได้กำหนดในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยการป้องกันน้ำ 3 ปี ที่มีการจัดทำ ซึ่งได้มีการลงไปที่เป้าหมายว่าพื้นที่ไหนมีน้ำท่วมบ้าง ไม่มีทีท่าว่าฝนจะหยุด


ส่วนแผนเฉพาะหน้า กระทรวงมหาดไทยตั้งศูนย์แต่ละจังหวัด มอบให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนกลาง  ประสานหน่วยราชการต่างๆที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย แพร่ น่าน พะเยา และ สุโขทัย  โดยนายอนุทิน ได้ดำเนินการแล้ว ให้ไปดูข้อกฎหมายต่างๆ ตรงไหนที่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดอุทกภัยให้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อใช้อุปกรณ์ป้องกันภัย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการชลประทานทั้งหมด  ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สิ่งที่สบายใจ คือ เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำในเขื่อน 60% เหลืออีก 40% รองรับได้ น้ำจากเชียงราย พะเยา จะไหลลงแม่น้ำโขง เป็นน้ำหลากใช้เวลา2-3วัน จะคลี่คลายได้ หากฝนไม่ตกลงมาอีก  กรมชลประธานได้สั่งการให้ สทนช ประสานกระทรวงคมนาคม บางส่วนที่มีน้ำหลากที่มีบางสิ่งที่ขวางน้ำ จุดไหนที่เป็นจุดระบายน้ำทั้งหมด 


ต้องแจ้งประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน ที่จะมีการสร้างสะพานชั่วคราว ก่อนประสานกระทรวงกลาโหมนำสะพานแบริ่งมา สิ่งสำคัญที่สุดคือข้อมูล ส่วนหน้าของ สทนช.อยู่ที่ สุโขทัย รวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะสั่งให้รถโมบายที่ได้รับข้อมูลลงพื้นที่ให้ตรงกับปัญหาในจุด โดยข้อมูลทั้งหมดจะสามารถป้องกันภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้ พร้อมกันนี้ ได้เร่งบูรณาการทุกกระทรวง ให้รองรับสถานการณ์ภัยพิบัติ 

 

ส่วนสถานการณ์ จังหวัดสุโขทัย มีความน่าเป็นห่วงหรือไม่ 

ร้อยเอก ธรรมนัส ระบุว่า น้ำยมในขณะนี้ มีการปล่อยน้ำ 1600 ถึง 1700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เราพยายามที่จะกระจายน้ำให้ออกไปทางซ้ายขวา ต้องมีการเร่งระบายไปที่แม่น้ำน่าน เพื่อให้ไหลไปสู่เขื่อนสิริกิติ์ สถานการณ์เวลานี้พื้นที่จังหวัด พะเยา แพร่ น่าน ประสบปัญหาน้ำท่วมหลัก เมื่อเข้าสู่ลำน้ำสำคัญ คือ แม่น้ำยม หรือ แม่น้ำน่าน ก็พยายามระบายออกซ้ายขวา เพื่อให้ถึงเขื่อนเจ้าพระยาน้อยที่สุด พรุ่งนี้จะลงพื้นที่โดยด่วนซึ่งศูนย์ปฏิบัติการมีอยู่ทุกจังหวัดทั้งพะเยา เชียงรายแพร่ น่าน ขณะนี้ จังหวัดพะเยาถือเป็นต้นแม่น้ำยม  ซึ่งตนจะทำให้ดีที่สุด 


ปัจจุบัน พะเยา ที่อำเภอจุน น้ำจะไหลเข้าสู่ ลำน้ำปิง จะระบายออกที่แม่น้ำโขง ซึ่งตอนนี้จังหวัดพะเยา น่าน และแพร่ มีจำนวนน้ำท่วมมากที่สุด ส่วนจังหวัดที่มีโอกาสเสี่ยงจะน้ำท่วมอย่าง สุโขทัย พิษณุโลก นั้น  ต้นทางจากแพร่มีการระบายน้ำซึ่งจะไปสู่จังหวัดสุโขทัย ใช้ระยะเวลาสามวัน ช่วงนี้จะต้องมีการระบายน้ำออกให้เยอะที่สุด เพื่อให้น้ำในแม่น้ำยม ระบายน้ำสู่แม่น้ำน่านให้มากที่สุด และไหลไปสู่เขื่อนสิริกิติ์บางส่วน  ให้บางส่วนไปไหลลงที่แม่น้ำโขง

 

ส่วนแม่น้ำน่านจะสามารถรองรับปริมาณน้ำได้หรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัสระบุว่า ได้สั่งการ และควบคุมน้ำ ต้องระบายให้เร็วที่สุด ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะต้องรองรับน้ำจากเหนือให้ได้ 

 

"ภูมิธรรม " มั่นใจ น้ำท่วมไม่หนักเท่า 54 

ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลบางจังหวัดอาจจะมีการท่วมหนักกว่าปี 54 ความจริงในประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างไร 

 

นายภูมิธรรม ระบุว่า อย่าสร้างความตระหนกตกใจ พอแค่นี้ ประชาชน เดือดร้อนมากพอแล้ว เพราะเราคิดว่าปริมาณน้ำในขณะนี้ดำเนินการได้ถ้าไม่ทำอะไรเลยน้ำมาก็จะหนัก ถ้าฝนไม่ตกก็จะเบา  และต้องดูด้วยว่าเรามีศักยภาพมากแค่ไหน ไม่มีอะไรที่เหนือบากกว่าแรงกว่าแรง เราเอาอยู่ ในขณะนี้ยังไม่มีพายุเข้า ซึ่งเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ 

 


ขณะที่ ร้อยเอก ธรรมนัส เผยว่า ปริมาณน้ำปี 54 กับปีนี้ ไม่เหมือนกัน ไม่อยากให้ประชาชนต้องตื่นตระหนก  เขื่อนหลักทั้ง 3 แห่งยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้หรือไม่ ซึ่งลำน้ำสาขาซ้ายขวาต้องเร่งระบายออก  บริเวณไหนที่เป็นที่ เป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องมีการเก็บเกี่ยว จำเป็นต้องต้องใช้เป็นพื้นที่ระบายน้ำ ในพื้นที่แปลงเกษตรกรและต้องไม่รบกวนบ้านเรือนประชาชน ส่วนกรณีที่มีคำเตือนว่า เมืองสุโขทัย อาจมี น้ำล้นพนัง 30 เซนติเมตร ยืนยันว่า วิธีการบริหารจัดการน้ำมีหลายรูปแบบ ทั้งหลักวิชาการ และ วิชาโกง ไม่ปล่อยให้ท่วมเมืองสุโขทัยเเน่ๆ 

 


ทุกกระทรวง มีการบูรณาการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเฉพาะหน้า สิ่งไหนที่สามารถแก้ไขได้จะเร่งแก้ไข ส่วนเรื่องงบประมาณ การถ้าไม่เพียงพอในการแก้ไขก็สามารถใช้งบกลาง มาช่วยเหลือได้ รวมทั้งมีศูนย์บัญชาการในแต่ละจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด ดูแลอยู่สามารถที่ จะแจ้งเตือนได้
 

ข่าวล่าสุด