สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีใหม่ ที่มีกระแสข่าวว่าจะไม่มีนามสกุล “วงษ์สุวรรณ” ในรัฐบาล นั้น นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ขณะนี้อย่างเร็วไป เพราะยังไม่ได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนที่มีกระแสว่า เป็นการร้องของมาจากนายทักษิณว่า จะต้องนำนามสกุลวงษ์สุวรรณ ออกจากรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ยืนยันว่า "ด้วยความสัตย์จริง ตนไม่เคยได้ยินประโยคนี้"
นางสาวแพทองธาร ยังตอบคำถามถึงคำปรามาสที่บอกว่า ตนมาอยู่ตนนี้ได้เพราะมาจากพ่อ ยังไม่เห็นความสามารถ และความกลัวว่าซ้ำรอยพ่อ รอยอา ในขณะที่ปัญหาประเทศยังมีมากมายว่า ปัญหาประเทศต้องแก้ไขก่อน ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี จะทำเต็มที่ร่วมกับพรรครวมรัฐบาล ศึกษาจากอดีตนายกรัฐมนตรีหลายๆ ท่าน ที่มีความสามารถ ตนเชื่อจริงๆ ทั้งหัวใจว่า ไม่มีงานใหญ่ขนาดนี้ ที่คนใดคนหนึ่งจะทำสำเร็จเองได้ แต่ตนมีความตั้งใจเคารพเชื่อในความสามารถของทุกคน เพราะฉะนั้นคงจะไม่สามารถสร้างประสบการณ์ได้ โดยการดีดนิ้วครั้งเดียว และกลายเป็นผู้มีประสบการณ์ เพราะฉะนั้นต้องขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ทั้งหมด เพื่อให้การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความหมาย และผลักดันนโยบายเพื่อชาติให้มากที่สุด
ส่วนถามว่ากลัวว่า จะโดนเหมือนคุณพ่อและคุณอาหรือไม่ “ไม่มีใครอยากโดนหรอกค่ะ วันนี้คุณพ่อกับคุณอา ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้น ตนมีความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ให้ถูกต้องที่สุด จึงต้องมองที่เป้าหมาย ถ้ามานั่งกังวลทุกอย่างคงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การเข้ามาอยู่ตรงนี้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหน คาดการณ์มาก่อนว่าจะโดนคดี มีการเตรียมตัวอย่างไร นางสาวแพทองธาร ย้ำว่า ตนจะทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้มีคดี
ส่วนมองว่าเป็นจังหวะเหมาะเจาะ ที่นายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ ในช่วงที่นางสาวแพทองธาร รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เรื่องของคดี ตนมองว่า เป็นเกียรติอย่างสูงสุดที่คุณพ่อได้รับอภัยโทษ ไม่ว่าจะวันใดก็ตาม เมื่อได้รับอภัยโทษ นั่นคือสิ่งที่ตนและครอบครัว สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ซึ่งในจังหวะนี้หลังนางสาวแพทองธารตอบคำถามจบ บรรดารัฐมนตรี และ สส. ที่ยืนอยู่ต่างปรบมือ ให้กับนางสาวแพทองธาร
จากนั้นผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ได้ถามต่อถึงการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยนางสาวแพทองธาร ยืนยันว่า จะสานต่อนโยบายที่นายเศรษฐา และรัฐบาลเก่าเคยได้เดินหน้าไว้ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ ส่วนการปรึกษานายทักษิณ ก็จะมีตามปรึกษาตามสิ่งที่เคยมีประสบการณ์ และความรู้ความสามารถที่นายทักษิณมี พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าคติง่ายๆ สั้นๆ ในการทำงานของตนคือ ”ทำวันนี้ให้ดีที่สุด“
ในช่วงท้ายภายหลังแถลงข่าวต่อ สื่อมวลชนเสร็จสิ้น นางสาวแพทองธาร ได้เดินไปชนหมัด กับนายเศรษฐา โดยผู้สื่อข่าวได้ถามนายเศรษฐาว่า เป็นการบอกว่าต้องซ้อมหมัดไว้เยอะๆ ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว แต่หันมาหัวเราะพร้อมยกมือปฏิเสธ ก่อนที่นางสาวแพทองธาร จะยกมือไหว้สวัสดี นายภูมิธรรม และ สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมที่ยืนให้กำลังใจ ก่อนจะทยอยเดินออกจากวงแถลงข่าว จากนั้นเวลา 11.50 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับ โดยระบุว่าจะไปหาเพื่อนและยังไม่มีกำหนดการทางการอื่น ขอให้มีการตั้ง ครม.ก่อน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถเซ็ต ครม.ได้เมื่อไหร่ ภายในสัปดาห์นี้จะแล้วเสร็จหรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบแต่ระบุว่า ไม่สัมภาษณ์แล้ว พร้อมชวนสื่อมวลชนมาถ่ายรูปเซลฟี่ ขณะที่ประชาชนที่มารอแสดงความยินดี ก็ขอถ่ายรูปร่วม และก่อนเดินทางกลับนายกรัฐมนตรีได้หันมาสอบถามคณะทำงานว่า เป็นนายกฯ แล้วยังสามารถเดินทางไปเรียน หลักสูตร มินิ วปอ.ได้หรือไม่ ทีมงานและผู้สื่อข่าวจึงยืนยันว่า ยังสามารถเดินทางไปเรียนได้ตามปกติ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางกลับออกจากอาคารวอยซ์ สเปซ ระหว่างทางได้ถ่ายรูปเซลฟี่กับผู้ให้การสนับสนุน รวมทั้งรับช่อดอกไม้แสดงความยินดี โดยเมื่อผู้สื่อข่าวจะปฏิบัติหน้าที่ที่ไหน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ายังไม่แน่ใจ เดี๋ยวจะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ทางคณะทำงานนนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.) นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมย่อยวงเล็ก ที่อาคารชินวัตร 3 และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหากมีอะไรที่เป็นทางการ