ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีของ น.ส.โฮ พบว่า ระยะเวลา 1 ปี มีเงินหมุนเวียน 12 ล้านบาท ลักษณะเป็นเงินที่เข้าและออกทันที โดยตำรวจได้มีการทำการจับกุม น.ส.โฮ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.69 ขณะนี้ตัวอยู่ในเรือนจำ ซึ่งตำรวจจะเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง แต่จากการสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.โฮ ยังให้การภาคเสธ ยอมรับเพียงว่าเป็นแค่คนบริหารเงิน โดยผ่านบัญชีของตัวเอง แต่อ้างว่าทำตามคำสั่งของนายแบง แต่ น.ส.โฮ ไม่ได้รับค่าจ้างเนื่องจากเป็นหนึ่งในขบวนการอยู่แล้ว
แนวทางการสืบสวนยังพบว่า น.ส.โฮ กับนายเหงียน มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยากัน และนายเหงียน เป็นน้องของนายถัง ที่อยู่ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้ตัวของนายเหงียนยังอยู่ในประเทศไทย โดยตำรวจ บช.ปส. ได้มีการเชิญตัวมาสอบปากคำไว้ในฐานะพยาน เพราะขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง โดยจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติม
และเชื่อว่า น.ส.โฮ กับ นายแบง แบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างดี เพราะไม่พบความเชื่อมโยงกันโดยตรง ซึ่งขบวนการนี้ตัวการใหญ่ คือนายแบง ที่หนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ส่วนไรเดอร์ที่ขับรถเก๋งสีขาว มาส่งพัสดุที่บ้านของน้องเทียนเมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 ตำรวจได้สอบปากคำไว้ในฐานะพยานแล้ว เนื่องจากไรเดอร์เป็นคนทำงานนี้อยู่แล้ว และรับงานตามระบบปกติ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เข้ามารับงานของขบวนการนี้ ไม่ได้เป็นคนเดียวกับที่ส่งพัสดุให้กับน้องเทียนกับครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค. ซึ่งไรเดอร์ ถือว่าให้การเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่
เมื่อถามถึงการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากต้นทางของขบวนการนี้ว่านำเข้ามาอย่างไร ทางช่องทางไหน พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย มี 2 รูปแบบ คือ บรรจุแพ็กมาจากต่างประเทศแล้วนำเข้ามา หรือ นำยาเสพติดเข้ามาบรรจุในประเทศไทย ในประเด็นนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลและเร่งทำการสืบสวนต้นทางของขบวนการ
สำหรับคนรับพัสดุปลายทาง คาดว่าเป็นคนเดียวกันกับการส่งพัสดุครั้งแรก และคาดว่าจะสามารถจับกุมได้ในอนาคต
พล.ต.ท.อาชยน บอกด้วยว่า ทาง บช.ปส. และ ป.ป.ส. จะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องนี้ให้มากขึ้น และขอเตือนประชาชนว่า
- การส่งของประเภทนี้จะใช้ชื่ออวตารทั้งหมด และไม่ใช้ชื่อจริง
- จะใช้เวลาระยะกระชั้นชิด เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายมีเวลาตรวจสอบสินค้า
- ต้องดูลักษณะสินค้าที่ส่งว่าน่าส่งหรือไม่ และหาซื้อได้ง่ายในประเทศปลายทางหรือไม่
- ไม่แนะนำให้รับหิ้ว เพราะจะมีกฎหมายหลายตัวเข้ามาพัวพัน เช่น กฎหมายทางศุลกากรหรือกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบในเรื่องนี้
ด้านน้องเทียน เปิดใจสั้นๆ กับนักข่าวว่า ตัวเองได้รับการติดต่อจ้างงานผ่านทางไลน์ ให้รับหิ้วของไปส่งประเทศญี่ปุ่น ยืนยันว่า ตัวเองได้ตรวจสอบสินค้าแล้วเห็นว่าเป็นประเภทของกิน และขนมปกติ ซึ่งเนียนมากจนไม่ได้เอะใจอะไร
แต่ยอมรับว่า ตนเองเอะใจ ในการใช้คำพูดที่สื่อสารในแชต เพราะเป็นการใช้ภาษาที่แปลกๆ ลักษณะเหมือนเป็นการแปลภาษา ไม่ใช่คนไทย เช่น เวลาโอนเงินส่งข้อความมาบอกว่า “ฉันจะโอนเงินให้คุณเดี๋ยวนี้” เป็นต้น
พร้อมกันนี้ น.ส.เทียน ได้เตือนคนที่รับหิ้วของว่า หากเป็นไปได้ควรจะซื้อของแล้วนำมาแพ็กส่งเอง ไม่ควรรับของที่มีการแพ็กมาให้แล้ว อย่างตัวเองติดคุกอยู่ที่ญี่ปุ่นถึง 20 วัน โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะถูกจับอีกนานแค่ไหน ซึ่งมองย้อนกลับไปแล้วไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับมาเลย
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะรับหิ้วของส่งอีกหรือไม่ น.ส.เทียน บอกว่า คงไม่ทำอีกแล้ว