ด้าน นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เกือบเดือนแล้วที่พรรคก้าวไกลได้เตรียมการอภิปรายงบฯปี 68 ขณะนี้อยู่ระหว่างแต่ละกลุ่มประเด็น ช่วยกันจับประเด็นในการอภิปราย ซึ่งจะแตกต่างจากการอภิปรายในปีก่อนๆ
โดยครั้งนี้มี "นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามงบประมาณ สภาฯ ได้ขอข้อมูลงบประมาณทั้งหมดจากทุกหน่วยงาน
อย่างไรก็ตาม โดยครั้งนี้พรรคจะพยายามทำในลักษณะว่า ถ้าพรรคได้เป็นรัฐบาลจะจัดงบแบบใด ซึ่งเราจะเห็นว่า แต่ละหน่วยงานยื่นคำขออย่างไรบ้าง และสุดท้ายเมื่อได้ร่างงบฯปี 68 ตัวจริงมา จะเห็นว่าสำนักงบประมาณ และฝ่ายบริหารได้อนุมัติงบประมาณใดมาบ้าง
"สิ่งที่อยากทำ คือ มีรายการใดหรือไม่ที่หน่วยงานขอไปแล้วมีประโยชน์แต่สำนักงบฯกลับไม่อนุมัติ หรือมีอะไรในร่างงบฯปี 68 ที่มีประโยชน์น้อย ไม่มีประสิทธิภาพ แต่สำนักงบฯอาจจะอนุมัติ หรือมีโครงการใดที่มองว่าความจริงแล้วน่าจะเกิดโครงการนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่กลับไม่มีคำของบจากทั้งหน่วยงานมาตั้งแต่ต้น" ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว
ขณะเดียวกัน พรรคจะพยายามสวมบทบาทว่า ถ้าเป็นรัฐบาลจริง จะเข้าไปขุดลึกทั้งระบบของงบประมาณประเทศ ว่าส่วนใดควรปรับปรุง และถ้าเป็นรัฐบาลแล้วเห็นคำขอเช่นนี้ จะจัดงบประมาณแบบใด
เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคก้าวไกลมีผู้แสดงความจำนงค์ในการอภิปรายงบฯปี 68 ประมาณ 20-30 คนหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ เพราะคนที่สนใจจริงๆ มีประมาณ 50-60 คน เหมือนการอภิปรายงบฯปี 67 โดยจะใช้วิธีการทำงานร่วมกันมากกว่า เพราะต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วม โดยไม่จำเป็นต้องอภิปราย
เมื่อถามต่อว่า ประมาณต้นเดือน มิ.ย. ศาลจะตัดสินคดียุบพรรคของพรรคก้าวไกล ตอนนี้กำลังใจยังดีอยู่หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่กระทบกำลังใจ แต่จะมีเรื่องทรัพยากรบุคคลในการทำงานบ้าง ซึ่งต้องเข้าใจว่าต้องมีฝ่ายที่ต้องเตรียมการเรื่องนี้ จึงอาจจะมีการสูญเสียบุคลากรบางส่วนไปทำเรื่องคดี มั่นใจกำลังใจเต็มเปี่ยม เต็มร้อย