เนชั่นทีวี

การเมือง

"ชัยธวัช" กำหนดเวลารัฐบาล 1 เดือนต้องส่งร่างแก้กฎหมายประชามติต่อสภา

03 พ.ค. 2567 | chairat_pat

"ชัยธวัช" กำหนดเวลารัฐบาล 1 เดือนต้องส่งร่างแก้กฎหมายประชามติต่อสภา

"ชัยธวัช ตุลาธน" ให้เวลารัฐบาล 1 เดือน ส่งร่างแก้กฎหมายประชามติต่อสภาผู้แทนราษฎร เตือนหากสื่อสารเรื่องนี้ไม่ชัด อาจถูกครหาว่ายื้อเวลาได้ ยันต้องเปลี่ยนคำถามเพื่อลดความซับซ้อน

3 เมษายน 2567 "นายชัยธวัช ตุลาธน" สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ส่วนตัวขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งส่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประชามติ (แก้ไขเพิ่มเติม) ต่อสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่มีมติชัดเจนว่า จะแก้ไขกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มทำประชามติถามประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

ทั้งนี้ มองว่าควรเร่งทำให้เร็วที่สุด ภายในเวลา 1 เดือน และในช่วงเดือน มิ.ย. ที่สภาจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ควรเริ่มพิจารณาได้ เพราะขณะนี้มีร่างแก้ไขที่บรรจุในวาระแล้ว คือ ฉบับของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ดังนั้นควรร่วมมือกันทำให้ พ.ร.บ.ประชามติฉบับแก้ไขประกาศใช้เร็วที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ตนมองว่ารัฐบาลมีเวลาที่จะทบทวนคำถามประชามติ ซึ่งฝ่ายค้านได้ท้วงติงไปแล้วว่า คำถามที่รัฐบาลเห็นชอบกับข้อเสนอของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นคำถามที่มีปัญหาและไม่ดีในเชิงหลักการของการตั้งคำถามประชามติ โดยการตั้งคำถามที่ดีต้องไม่ซับซ้อน หรือเป็นคำถามซ้อนคำถาม และคำถามที่ดีที่สุด คือ ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

"ควรเอาความเห็นต่างในรายละเอียดออกไป ขณะที่ความเห็นต่างนั้น รัฐบาลสามารถใส่ไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เตรียมเสนอต่อรัฐสภาได้ หากประชามติผ่านแล้ว ดังนั้น ในชั้นประชามติไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดที่คนเห็นต่างกัน หากอยากให้ประชามติผ่าน หรือเป็นเอกภาพที่สุด" นายชัยธวัช กล่าว

 

 

เมื่อถามย้ำว่า มองอย่างไรกับการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลที่ไม่ชัดเจน นายยชัยธวัช กล่าวว่า เป็นปัญหาของรัฐบาลที่สื่อสารไม่ชัดเจน เพราะในวันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติต่อการทำประชามติ เมื่อ 23 เม.ย. ในเอกสารที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของรัฐบาล ไม่ชัดเจนว่ามีมติอย่างไร จนล่าสุดมีมติว่าต้องแก้พ.ร.บ.ประชามติก่อนทำประชามติครั้งที่หนึ่ง ดังนั้น การทำประชามติรอบแรกในเดือน ส.ค. จะไม่เกิดขึ้น เพราะต้องรอแก้ พ.ร.บ.ประชามติก่อน

ส่วนกรณีดังกล่าวถือว่าจงใจยื้อเวลาหรือไม่นั้น ตนมองว่ารัฐบาลต้องสื่อสารตรงไปตรงมา และชัดเจนกับประชาชน ไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่ายื้อเวลา กลับไปกลับมา

ข่าวล่าสุด