เนชั่นทีวี

การเมือง

"อิทธิพร" ลั่น กกต. ดำเนินการไม่ชักช้าปมพิจารณายุบ "ก้าวไกล-ภูมิใจไทย"

04 มี.ค. 2567 | chairat_pat

"อิทธิพร" ลั่น กกต. ดำเนินการไม่ชักช้าปมพิจารณายุบ "ก้าวไกล-ภูมิใจไทย"

"อิทธิพร" ยืนยันไม่ล่าช้าพิจารณายุบ "ก้าวไกล" หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน แต่ต้องดูคำวินิจฉัยตัวเต็มคดีล้มล้างการปกครองประกอบด้วย ส่วนคำร้องยุบ "ภูมิใจไทย" ดำเนินการตามกรอบเวลา

4 มีนาคม 2567 จากกรณีที่ "นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และ "นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร" ทนายความอิสระ ผู้ที่ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพร้อมมีคำสั่งให้ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" และพรรคก้าวไกล ยุติการกระทำโดยเฉพาะนโยบายหาเสียงแก้ไขมาตรา 112 โดยทั้งคู่ได้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อส่งเรื่องศาลพิจารณายุบพรรคก้าวไกล

รวมถึงกรณีที่มีผู้ยื่นร้องประเด็น "นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ" อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ถูกศาลตัดสินในคดีซุกหุ้น สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม ซึ่งทำให้ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีนั้น      

ล่าสุด "นายอิทธิพร บุญประคอง" ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณายุบพรรคก้าวไกลและพิจารณาคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย ว่า เรื่องของพรรคก้าวไกล หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ทาง กกต. ก็ขอให้สำนักงาน กกต. และนายทะเบียนไปศึกษาคำวินิจฉัยและตัวบทของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

นายอิทธิพร กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น สำนักงาน กกต. ได้เสนอผลการศึกษาเบื้องต้น ซึ่งเห็นฟ้องกันว่าควรที่จะนำเอาคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์ มาประกอบการพิจารณาเสนอความเห็นด้วย ซึ่งคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์ศาลรัฐธรรมนูญออกมาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. ซึ่งประกาศผ่านทางราชกิจจานุเบกษา จากนั้นสำนักงาน กกต.จึงต้องนำคำวินิจฉัยนี้ไปพิจารณาดูอีกที

ขณะเดียวกัน ประกอบกับความเห็นที่ได้ศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. เป็นต้นไป ซึ่งกระบวนการพวกนี้คงใช้เวลาไม่มาก ซึ่งไม่มีกรอบเวลาในการพิจารณากำหนดไว้ เพราะไม่ใช่กระบวนการคำร้องที่ต้องระบุเวลา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำอยู่เสมอ คือ ไม่ชักช้า  

ส่วนเรื่องของพรรคภูมิใจไทย กกต.ได้รับคำร้อง ซึ่งตามกระบวนการทำงานเรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมือง คือ เลขาธิการ กกต. ว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องที่มีอยู่ จะถือได้ว่ามีมูลหรือไม่ ถ้าเห็นว่ามีมูล ก็ต้องสั่งตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาเสนอความเห็น ถ้าเห็นว่ามีมูลที่จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไรก็ต้องเสนอ กกต.

 

"มันเป็นขั้นตอนกระบวนการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ และไม่ล้าช้า มีกรอบเวลาอยู่ประมาณ 30 หรือ 60 วัน ถ้าไม่พอ ก็ต่อเวลาได้ เพราะกระบวนการนี้นอกจากรวบรวมข้อมูลแล้ว ยังต้องเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ บางทีเขาก็ไม่ว่างก็เลื่อนกันไปมา แต่โดยหลักเราพยายามทำในกรอบเวลาและไม่ล่าช้า ถ้าดูจากคำวินิจฉัยที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์และแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต ก็จะเห็นตัวเลขคำวินิจฉัย อย่างคำร้องในเดือน ธ.ค. ที่มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว" ประธาน กกต. ระบุ

ข่าวล่าสุด