ขณะเดียวกัน เนื่องจาก น.ส.สุดาวรรณ ได้แสดงรายการหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือไว้ด้วย รวมเป็นเงิน 193,725,000บาท โดยมี 3ร ายการ ซึ่งกู้จาก "นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" ผู้เป็นบิดา อดีต รมช.คมนาคม 2 รายการ และกู้จากนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ผู้เป็นมารดา และนายก อบจ.นครราชสีมา 1 รายการ มีคำอธิบายระบุไว้ว่า เป็นเจ้าหนี้สัญญาซื้อขายหุ้นวันที่ทำสัญญา คือ วันที่ 17 ก.ค. 2562
"เพื่อให้การตรวจสอบครบถ้วนรอบด้าน จึงขอให้ กกต.นําข้อมูลบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายวีรศักดิ์ และนางยลดา ที่ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช. ทุกครั้ง มาประกอบการตรวจสอบ เพื่อให้ทราบถึงรายการเคลื่อนไหวทางเดบิต หรือเครดิตทางบัญชี หรือรายการรับจ่ายทางการเงิน (ถ้ามี) เกี่ยวกับการการซื้อขายหุ้นหรือจําหน่ายจ่ายโอนหุ้น หรือเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นดังกล่าวด้วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐมนตรีของวีรศักดิ์ มาก่อนด้วยหรือไม่" นายเรืองไกร ระบุ
อนึ่ง เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2566 ป.ป.ช. ได้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือ "น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. โดยแจ้งบัญชีทรัพย์สินทั้งสิ้น 805,400,298 บาท
- หนี้สิน 195,015,587 บาท
- บัญชีเงินฝาก 25 บัญชีเงินฝาก 22,977,584 บาท
- รายการเงินลงทุน 5 รายการ มูลค่า 1,069,804 บาท
มีรายการขายหุ้นแต่ยังไม่ได้รับเงินไม่ครบ จากมูลค่าทั้งหมด 459,304,000 บาท โดยขายหุ้นให้
- น.ส.วีรียา หวังศุภกิจโกศล มูลค่า 375,900,000 บาท มียอดหนี้คงเหลือ 372,900,000 บาท
- นายชาคริต หวังศุภกิจโกศล มูลค่า 63,535,000 บาท มียอดหนี้คงเหลือ 30,995,000 บาท
- นายศิลป์ อุบลแย้ม มูลค่า 16,200,000 บาท มียอดหนี้คงเหลือ 3,844,000 บาท
- นายบัณฑิต ยลถวิล มูลค่า 21,525,000 บาท มียอดหนี้คงเหลือ 11,685,000 บาท
- นายประสาท รัตนศรี มูลค่า 60,770,000 บาท มียอดหนี้คงเหลือ 39,940,000 บาท
- ที่ดิน 56 แปลง มูลค่า 216,934,380 บาท โดยเป็นทั้งโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก. ในอำเภอโชคชัย, อำเภอเสิงสาง, อำเภอเมือง, อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา และที่ดินในกรุงเทพมหานคร อีก 1 แปลง
- มีบ้านและห้องชุด 5 หลัง มูลค่า 62,034,853 บาท ในเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 1 หลัง, ในอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา 2 หลัง และห้องชุดในเขตราชเทวี 2 ห้อง รถจำนวน 5 คัน
- มีสิทธิและสัมปทาน 16 รายการมูลค่า 25,164,676 บาท
ทรัพย์สินอื่นอีก 11 รายการ มูลค่า 7,555,000 บาท ประกอบด้วย
- ต่างหูเพชร 4 คู่ มูลค่า 5 ล้านบาท
- นาฬิกา Louis Vuitton 1 เรือน มูลค่า 120,000 บาท
- นาฬิกา Cartier 1 เรือน มูลค่า 120,000 บาท
- นาฬิกา Rolex 1 เรือน มูลค่า 1,100,000 บาท
- นาฬิกา BVLGARI 1 เรือน มูลค่า 390,000 บาท
- นาฬิกา Franck Muller 1 เรือน มูลค่า 380,000 บาท
- กำไลข้อมือ Cartier