เมื่อถามว่า วันก่อนนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะได้เจอ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่างร่วมงานในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา นายเศรษฐา กล่าวว่า ในงานวันดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ไปร่วมงานด้วย แต่หากได้เจอกันในงานพิธี ก็มีการพูดคุยกัน ครั้งที่แล้วก็พูดคุยกันชั่วโมงกว่า
ส่วนวันที่เข้าพบนายทักษิณ ได้มีการพูดคุยเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามว่า "เรื่องอะไรนะครับ" พร้อมทำหน้านิ่งก่อนจะตอบว่า "คำถามนี้ผมว่าไม่ควรจะถามนะ" เพราะนายทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคณะรัฐมนตรี
"ผมก็ยืนยันตลอดเวลา พวกคุณก็ถามทุกวัน ถามทุกหน ที่มีการถาม ผมก็บอกไปแล้ว คำตอบก็คือคำตอบเดิม จะพูดทำไมว่าปรับคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็พยายามทำงานอยู่ แต่เมื่อพูดไป บางคนก็อาจจะนอยด์ บางคนก็อาจจะไม่สบายใจ ผมเชื่อว่าวันนี้เราต้องเดินหน้าทำงานกันดีกว่า เมื่อถึงเวลาต้องปรับ พวกท่านก็ทราบกันเองว่าต้องปรับ และผมก็เป็นคนทูลเกล้าฯ ถวายเอง" นายเศรษฐา กล่าว
"อนุสรณ์" ย้ำหยุดขยี้ปมนายกฯ 2-3 คน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์
ขณะที่ "นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายเศรษฐา เข้าเยี่ยมอาการป่วยนายทักษิณนั้น ว่า รัฐบาลประชาชนที่นำโดยนายเศรษฐา ทำงานมา 6 เดือน โชว์วิสัยทัศน์ประกาศ Thailand Vision ยกระดับประเทศไทย 8 ด้าน สู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก
ทั้งนี้ นายเศรษฐา เป็นนายกฯที่ขยันขันแข็ง ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ยิ่งรัฐบาลสร้างมาตรฐานการทำงานไว้สูงแค่ไหน ฝ่ายค้านยิ่งต้องเร่งยกระดับการทำงานตามให้ทัน ไม่เช่นนั้นประเด็นที่เห็นต่างเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลแล้วฝ่ายค้านจะไม่มีน้ำหนัก และไม่ได้เสนอสิ่งใหม่ที่เป็นทางเลือกและทางออกให้กับประชาชน
"รัฐบาลเศรษฐา มีจุดแข็งเรื่องทำงานแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ถ้าฝ่ายค้านยังคงจมปลักวนเวียนอยู่กับแต่การเปิดประเด็นทางการเมืองหวังดิสเครดิตรัฐบาลเป็นการเมืองแบบเก่า จุดพลุประเทศไทยมีนายกฯพร้อมกัน 2 คน แล้วจุดไม่ติด จะไปสร้างประเด็นต่อเป็นมีนายกฯเพิ่ม 3-4 คน ก็คงไม่สามารถทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาลได้" นายอนุสรณ์ กล่าว