svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"นายกฯ" ชี้ ปรับครม. ดึงประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องอนาคต ยันไม่อุ้ม "ทักษิณ"

24 ธันวาคม 2566

"นายกฯ เศรษฐา" ชี้ ปรับครม. ดึงประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องอนาคต ยันไม่อุ้ม "ทักษิณ" ยึดตามกฎหมาย พร้อมสรุปภาพรวมทำงานปี 66 เน้นบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ยันรัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่ไม่เหน็ดเหนื่อย ระบุ แจกเงินดิจิทัล ไทม์ไลน์เดิม พ.ค. 67

24 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สดในรายการ “เนชั่นทันข่าวเช้า” ทางช่องเนชั่นทีวี ถึงภาพรวมการทำงานของรัฐบาลในปี 2566 ว่า หากให้ประเมินแบบการให้คะแนนตนคงไม่ให้ เพราะเป็นหน้าที่คนอื่นที่ต้องให้ แต่ว่าตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งนั้น เราก็ทำงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลเราให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เรื่องของการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนที่ออกมาก่อนหน้าที่ ทั้งการลดค่าไฟ, ลดค่าน้ำมัน, พักชำระหนี้เกษตรกร เป็นต้น อีกทั้งยังมีเรื่องของนโยบายภาพรวมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญด้วย 

รัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่

     เมื่อถามผลประเมิน ที่บางฝ่ายออกมาให้คะแนนนายกรัฐมนตรี เข้าเกณฑ์สอบผ่าน สะท้อนถึงการทำงานหนักด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา “ร้องโอ้ย” ก่อนกล่าวว่า หากเราทำงานหนักแล้วพี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อน ลงไปพื้นที่ยังพบเห็นปัญหา ก็เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านทำเต็มที่ ไม่ใช่ตนทำงานคนเดียว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันหมด อีกทั้งปัญหาต่างๆ ก็ต้องค่อยๆ แก้กันไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักการเมืองอยู่แล้วที่อาสาเข้ามาตรงนี้ และทราบอยู่แล้วว่าต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 

นายกฯ สรุปภาพรวมการทำงาน

ปรับ ครม. ดึง ปชป. เป็นเรื่องอนาคต 

เมื่อถามถึงถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี และเตรียมดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เป็นคำถามที่ค่อนข้างเปราะบาง พรรคร่วมรัฐบาลเราทำงานกันมาอย่างเต็มที่ เรามีภารกิจใหญ่ ที่ต้องยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตนเชื่อว่า ทุกคนทำงานเต็มที่ ส่วนเรื่องจะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น คงต้องดูเรื่องของความเหมาะสม ไม่อยากให้รัฐมนตรีทุกท่านมีความไม่สบายใจ ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี มีอะไรเราก็คุยกัน 

314 เสียง มีเสถียรภาพ

     ปัจจุบันเรามี 314 เสียงอยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่มาช่วยโหวตตนในการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งมีเรื่องที่เราพูดคุยกันได้บ้าง ก็ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่วันนี้เรามี 314 เสียงแล้ว 

“314 เสียงถือว่ามีเสถียรภาพ และทุกพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลเราคุยกันได้ด้วยดี เรื่องของนโยบายก็ได้พูดคุยกันอยู่ตลอด อาจมีความเห็นต่างกันบ้างเป็นเรื่องปกติ เอาความต้องการของประชาชนเป็นที่ตั้ง อีกทั้งรัฐมนตรีหลายท่านก็คุ้นเคยกันดี ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน” 

นายกฯ ลงพื้นที่จังหวัดน่านวานนี้(23 ธ.ค.) หลังจากหมดช่วงเวลาพักผ่อน

ไม่มีความเห็นค่าแรงขึ้น จิ๊บๆ

     เมื่อถามถึงนโยบายรัฐบาล ที่บางเรื่องมีความเห็นแตกต่าง ของรัฐมนตรีต่างพรรคการเมือง เช่น เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน และหากถ้าพูดถึงกระทรวงแรงงาน ก็น่าเห็นใจท่านรัฐมนตรีว่าการฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ท่านเองก็ไม่ได้มีอำนาจไปแทรกแซงไตรภาคีได้ แต่ท่านเองเห็นด้วยกับตนว่ามันขึ้นน้อยเกินไป

“ผมไม่มีความสุข และไม่เห็นด้วยที่ขึ้นมาเพียงเท่านี้ เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีก็คงไม่เห็นด้วย แต่ท่านก็พยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป” 

ดิจิทัล วอลเล็ต ยังแจก พ.ค.

เมื่อถามถึง นโยบายดิจิทัล วอลเล็ต นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ยังคงเป็นไทม์ไลน์เดิมคือ พฤษภาคมปีหน้า

ไม่หนักใจ อภิปรายไม่ไว้วางใจ

     เมื่อถามถึงกรณีพรรคงฝ่ายค้านออก เตรียมขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในปีหน้า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านอยู่แล้ว หน้าที่เราคือทำงาน แต่หากมีการสอบถามมาหรือถึงขั้นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็มีหน้าที่ต้องตอบ ไม่มีความหนักใจ เราทำงานเอาประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว “เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านรวมถึงตน ตอบอยู่แล้วถึงเรื่องที่เราทำกันมา” 

กรณี "ทักษิณ" ยึดมั่นกฎหมาย ไม่กระจ่างต้องแจง

     เมื่อถามถึงกรณีการรักษาตัวในโรงพยาบาลครบ 120 วันของ อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล และมีกระแสข่าวว่านำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ยังมีอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเข้ามาด้วย มีการพูดคุยกันในหลายเรื่องที่เราติดตามกันอยู่ เป็นคดีที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ ประเด็นของนายทักษิณ อย่างที่ตนได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วเมื่อวาน (23 ธ.ค.) ว่าขอให้เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์กับโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งตนมั่นใจว่าเขาไม่ได้ออกกฎระเบียบมาเพื่อดูแลคนๆ เดียว ต้องคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก รวมทั้งเชื่อว่า ทั้งสองหน่วยงานจะยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย 

เมื่อถามว่า การพยายามเชื่อมโยง ประเด็นของนายทักษิณมาเป็นเรื่องของการเมือง จะส่งผลต่อการกดดันทางการเมืองในปีหน้าด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกเรื่องก็คงเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมดหากจะโยงกันจริงๆ แต่เรายึดมั่นในกฎระเบียบที่ไม่ได้ทำมาเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นไปตามกฎแล้วทุกคนมีสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูกกล่าวโทษหรือผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ นายทักษิณก็เป็นนายกรัฐมนตรีมาสองสมัย

และเป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ ท่านก็ควรได้รับการดูแล แต่เชื่อทุกอย่างเป็นไปตามกฎกติกาที่ได้วางกันไว้ ส่วนเรื่องจะมาเป็นประเด็นทางการเมืองมากน้อยขนาดไหนอย่างไร ตนคงไม่ไปทำนายส่วนนั้นได้

“มีปัญหาก็ต้องแก้ไขกันไป มีอะไรไม่กระจ่างก็ต้องชี้แจงกันไป แต่เรายึดมั่นในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว”

ฝากถึงประชาชน

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ฝากประชาชนให้ช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า ขอให้ใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ ระมัดระวังเรื่องของการเดินทาง ที่สำคัญคือ เมาไม่ขับ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และปีหน้าขอให้เป็นปีที่ดีขึ้น ส่วนทางรัฐบาลก็จะทำงานอย่างเต็มที่