เมื่อถามย้ำว่า พรรคร่วมที่มีอยู่ด้วยกันเพียงพอแล้ว ไม่ต้องเสริมพรรคใดเข้ามาอีก ใช่หรือไม่ นายกฯ เศรษฐา ตอบว่า แน่นอนเรามีความมั่นใจ 314 เสียง ถือว่ามากแล้วจาก 500 เสียง ก็เชื่อว่ามีความมั่นคง มีความสมัครสมานสามัคคี เรามาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน คือให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น การทำงานร่วมกันอาจจะมีไม่เห็นด้วยอะไรบ้าง แต่ทุกคนก็มีรอยยิ้ม ทำงานที่ดีถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่าตรงนี้เป็นนิมิตรหมายดี
เมื่อถามว่า สว. จะเปิดอภิปรายรัฐบาล นายกฯ เชื่อว่า ทุกคนพร้อม เพราะทุกคำถามมีคำตอบ เป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ต้องให้ความกระจ่างกับฝ่ายนิติบัญญัติ และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ
เมื่อถามว่า นายกฯ คุ้นชินหรือยังกับการอยู่กับนักการเมืองแล้วหรือไม่ เพราะเป็นนักธุรกิจมาโดยตลอด นายกฯ กล่าวว่า ความคุ้นเคยสมัครสมานทุกอย่างมันเป็นไปได้ เพราะจุดมุ่งหมายเดียวกัน เรามาที่นี่เพื่อยกชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน ทุกอย่างต้องดีขึ้นตลอด 4 ปี ที่ตนเป็นนายกฯ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ได้เดินทางมาถึงร้านครัวบ้านตานิด เวลา 17.30 น. โดยมีนายอนุทินชาญ วีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นผู้มาต้อนรับ
โดยเจ้าหน้าที่จัดให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์ได้บริเวณศาลาท่าเทียบเรือที่อยู่ข้างร้านอาหาร ซึ่งช่วงแรกนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับนายสุวัฒน์ ก่อนจะหันมาทักทายสื่อมวลชน ระหว่างนี้สื่อมวลชนได้สอบถามว่า จะมีการให้นายสุวัฒน์มาช่วยงานด้านไหน นายกรัฐมนตรีตอบว่ากำลังพูดคุยกันอยู่ ซึ่งเรามีการก่อสร้างเส้นทางมอเตอร์เวย์ไว้แล้วในหลายจุด ก็อาจจะเทียบเชิญมาดูเรื่องของการท่องเที่ยวและ Soft Power ก่อนนายสุวัจน์ จะมีการพูดถึงมรดกโลกของไทยที่ตนอาจจะสามารถเข้ามาช่วยดูแลส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวไทยได้
พอใกล้คำช่วง 18.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ก็ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับคณะรัฐมนตรีอื่นๆ ก่อนจะมีการนั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเองบริเวณศาลาริมน้ำของร้านอาหาร ซึ่งเป็นช่วงระหว่างรออาหารค่ำจัดโต๊ะรับประทานอาหาร โดยนางสาวแพทองธาร ได้ใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวเซลฟี่คณะรัฐมนตรี ก่อนจะยืนขึ้นให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ
จากนั้น เวลา 18.30 น. อาหารพร้อมที่โต๊ะ ถึงได้มีการลุกจากศาลาริมน้ำด้านข้างที่ใช้ในการพูดคุยไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหาร โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างการรับประทานอาหารและการพูดคุยกับพระร่วม ซึ่งสีหน้าทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส เนื่องจากบรรยากาศร้านอาหารอยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยาและอุณหภูมิอยู่ที่ 26 องศาฯ มีลมพัดเย็นๆ
โดยบรรยากาศระหว่างวงสนทนาที่มี นายเศรษฐา , นายอนุทิน , และนายสุวัจน์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เห็นนายสุวัจน์ มาหาบ่อยๆจะเข้ามาช่วยงานในเก้าอี้อะไรหรือไม่ นายสุวัจน์จึงกล่าวติดตลกว่าก็เก้าอี้นี่ไง ซึ่งนายกรัฐมนตรี จึงกล่าวเสริมว่านายสุวัจน์ช่วยงานมาตลอด
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าหารือเกี่ยวกับเรื่อง Soft Power หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คุยกันเรื่อง Soft Power และอะไรหลายๆเรื่อง เดี๋ยวว่าจะไปนครราชสีมา ในอีก 2-3 เดือน แต่ต้องคอยก่อน ก่อนที่นายสุวัน์จะกล่าวเสริมว่า ได้พูดคุยกันในเรื่องมรดกโลก ซึ่งจะมีการต่อยอดในเรื่องประเด็นการท่องเที่ยว เรื่องจากมีการสร้างถนนมอเตอร์เวย์ ไปแล้ว
ขณะที่ เวลา 18.15 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับร้อยเอกธรรมรนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โดยร้อยเอกธรรมนัส ปฏิเสธว่า ไม่ทราบว่าในวงรับประทานอาหารจะมีการหารือเรื่องอะไร รวมไปถึงจะมีการหารือถึงตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของพรรคพลังประชารัฐที่ยังเหลืออีก 1 เก้าอี้หรือไม่
จากนั้นเวลา 18.38 น. พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางมาถึง
ส่องเมนูอาหาร
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เมนูอาหารที่มีการจัดเลี้ยงกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลในวันนี้ ประกอบด้วย เมี่ยงกลีบบัว , สะเดาปลาดุกน้ำปลาหวาน , หลนปลากุเลา , เกี้ยมฉ่ายต้มบ๊วยหมูสับ , แกงส้มชะอม ไหลกุ้งสด , ปลาเนื้ออ่อนทอดราดกระเทียม , ยำรากบัว , พะโล้ไข่เค็ม , กุ้งเผา ทอดมันปลากราย , ข้าวผัดปลาทู , ผัด 3 เหม็น ในส่วนของหวาน คือ ข้าวเหนียวมะม่วง