คาดได้คำตอบชัดเจนมากขึ้นภายใน 30 วัน
เมื่อถามถึงข้อเสนอของ ป.ป.ช.ที่เสนอไม่ให้กู้เงินมาใช้ในโครงการ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกอย่างจะต้องมีการพิจารณาใหม่หมด โดยให้ทุกคนเสนอแนะเป็นวงกว้าง ซึ่งจะต้องพูดถึงเศรษฐกิจโดยรวม อาทิ เงินเฟ้อ จีดีพีที่ต่ำกว่าปกติ เป็นต้น พร้อมยืนยันว่า 30 วันจะมาพูดคุยกันอีกครั้ง และในที่ประชุมคณะกรรมการย้ำว่าจะต้องมีการจัดประชุมครั้งหนึ่งไม่ใช่แค่พูดคุยวงนอก เพื่อความโปร่งใสและทุกฝ่ายจะได้เสนอแนะ
เมื่อถามย้ำว่า 30 วันหลังจากนี้จะมีอะไรชัดเจนขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็น่าจะต้องมีเพราะเป็นข้อกำหนดไว้แล้วในที่ประชุม
ส่วนหากทำ พ.ร.บ.เงินกู้จะทันในปีนี้หรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะยังต้องฟังข้อคิดเห็นว่ามีวิธีไหนบ้าง
ไม่ชัวร์ต้องขยับไทม์ไลน์
ส่วนนายกรัฐมนตรี จะบอกประชาชนอย่างไรเพราะโครงการอาจจะช้าไปอีก 30 วัน นายเศรษฐา กล่าวว่า มันก็คือข้อเท็จจริง เพราะหากเร่งทำไปอาจจะมีหลายภาคส่วนบอกว่าทำไมต้องเร่ง ไม่เช่นนั้นอาจจะมีข้อสังเกตในเรื่องของกระทำไม่ถูกต้องหรือไม่ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน โดยรมว.พาณิชย์ ได้มีการรายงานที่ประชุมว่ากำลังการซื้อหดตัวลง และต้องมีการช่วยพยุงค่าครองชีพต่างๆ ฉะนั้นถ้าเราทำเรื่องเก่าๆมันจะกลับไปสู่วังวนเดิม ดังนั้นเรื่องเหล่านี้หากจะช้าไปเพราะความถูกต้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นในวงกว้างตนก็เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและจำเป็น
เมื่อถามต่อว่าเมื่อผลการศึกษาออกมาแล้วจะทำให้กรอบระยะเวลาโครงการขยับออกไปหรือต้องใช้งบประมาณในปี 2568 นายกรัฐมนตรี ระบุว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น แต่เป็นไปได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับข้อสรุปว่าจะออกมาอย่างไร
นายกฯ ระบุ "ช้าแต่ชัวร์"
เมื่อถามย้ำว่าหากใช้คำว่าช้าแต่ได้ชัวร์ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ครับ ค่อนข้างจะเป็นไปได้ ไม่แน่ใจว่าจะช้าหรือไม่เพราะขณะนี้ไม่ทราบว่าข้อเสนอแนะคืออะไร หากทุกคนบอกว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน และทำให้ทุกภาคส่วนสบายใจสามารถกำกับดูแลเรื่องนี้ให้โปร่งใสได้ คณะกรรมการที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ เชื่อว่าหากอธิบายได้จะสามารถทำให้โครงการเดินต่อได้เร็ว พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้ความเห็นของกฤษฎีกายังไม่สามารถเปิดเผยได้
อยู่ระหว่างตีกรอบแยกคนรวย-จน
ส่วนจะทบทวนกรอบการแจกหรือไม่เพราะ ป.ป.ช.เสนอว่าให้แจกเฉพาะกลุ่มเปราะบางจริงๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็ทบทวนไปแล้ว และหลายคนก็บอกว่าอย่าแจกคนรวย แต่เหตุผลหนึ่งที่ล่าช้าตนถามกลับไปยังผู้แนะนำว่าคนรวยคือเงินเดือนเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่มีใครบอกกลับมา โดยรัฐบาลคิดเองจึงได้คำตอบว่าคนรวยคือเงินเดือน 70,000 แต่ตนก็ถูกต่อว่ากลับมาว่าเงินเดือน 70,000 ก็ยังมีหนี้อยู่ รวมถึงปฏิเสธว่า ไม่ใช่คนรวย และอยากได้เงินจากโครงการนี้ด้วย ฉะนั้นจะให้ตนตัดตรงไหน เพราะนโยบายตอนแรกจะให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป ฉะนั้นขอให้บอกตนหน่อยเพื่อเป็นเอกฉันท์ที่จะให้แจกกลุ่มเปราะบางนั้นต้องเท่าไหร่ และค่อยมาพูดคุยกันดีกว่า
ไม่ชัดใช้ พ.ร.บ.กู้เงิน หรือไม่
เมื่อถามย้ำว่า ปี 2567 โครงการจะเกิดขึ้นได้หรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องมีการประชุมกัน ส่วนไทม์ไลน์จะขยับออกไปหรือไม่ ตนยังไม่แน่ใจ เพราะต้องฟังความเห็นก่อนว่าจะมีวิธีไหนอย่างไร พร้อมยืนยันว่า จะยังไม่บอกว่าล่าช้าออกไป และไม่ทราบว่าหลังจากนี้ 30 วันจะมีความคิดเห็นตอบกลับมาอย่างไร
ส่วนแผนกู้เงินจะยังเป็นการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องรอฟังจากคณะกรรมการ แต่ไม่ตอบว่าจะออกเป็น พ.ร.บ.เหมือนเดิมหรือไม่ โดยยังไม่มีตัวเลือกอื่น ก่อนนายกรัฐมนตรี ได้เดินกลับขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที