svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

กางโรดแมปรัฐบาลเดินหน้า "ดิจิทัลวอลเล็ต" แก้เผ็ด "ธปท.-ป.ป.ช."

09 กุมภาพันธ์ 2567
481

คนวงในรัฐบาล ยืนยันเดินหน้า “โครงการดิจิทัลวอลเล็ต” แน่นอน แม้ ป.ป.ช. จะส่งรายงานชี้ จุดเสี่ยง ขัดหลายกฎหมาย

รัฐบาลเดินหน้า "ดิจิทัลวอลเล็ต"

ผู้สื่อข่าวได้รับคำยืนยันจากคนในรัฐบาล ซึ่งเป็น "คณะทำงาน" ใน "คณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต" ว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ต่อไปอย่างแน่นอน ไม่มีล้มเลิก แม้ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะจัดทำรายงานการศึกษาโครงการฯ และตั้งข้อสังเกตเชิงไม่เห็นด้วยมากถึง 8 ประเด็นก็ตาม 

เช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ แสดงท่าทีคัดค้าน และคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ก็ไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามความต้องการของรัฐบาล ทั้งยังพยายามส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้วิกฤตตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง

กางโรดแมปรัฐบาลเดินหน้า "ดิจิทัลวอลเล็ต" แก้เผ็ด "ธปท.-ป.ป.ช."

นำข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ใช้ปรับอุดช่องโหว่ทุจริต

แหล่งข่าวจาก "คณะทำงานดิจิทัลวอลเล็ต" กล่าวว่า รายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้ห้ามรัฐบาลทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และไม่สามารถห้ามได้ เพราะรัฐบาลหาเสียงกับประชาชนเอาไว้ และได้รับเลือกตั้งเข้ามา ฉะนั้นรัฐบาลจะนำข้อสังเกตต่างๆ ของ ป.ป.ช. มาปรับปรุงและอุดช่องโหว่ของโครงการทั้งหมด เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ในหลักการเดิม คือ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่ 5 แสนล้านบาท เพื่อให้ประชาชนจับจ่าย ลงทุน และสร้างการผลิตในพื้นที่อำเภอของตน ที่ตนอาศัยอยู่

ส่วนวิธีการทำโครงการเพื่อไม่ให้มีปัญหาถูกตรวจสอบ และกลายเป็นความผิดในภายหลังเหมือนโครงการจำนำข้าวนั้น แหล่งข่าวบอกว่า หลังจากนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ชุดใหญ่ และตั้งอนุกรรมการเพิ่มอีก 1 ชุด เพื่อศึกษารายงาน ตลอดจนข้อสังเกตของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อนำมาปรับปรุงและปรับใช้กับโครงการ 

กางโรดแมปรัฐบาลเดินหน้า "ดิจิทัลวอลเล็ต" แก้เผ็ด "ธปท.-ป.ป.ช."

เปิดรับฟังความเห็นกลุ่มเปราะบาง

จากนั้นจะมีการเชิญกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน มาให้ข้อมูลว่าเผชิญปัญหาอะไรอยู่บ้าง เช่น กลุ่มเอสเอ็มอี กลุ่มผู้ประกอบการประมง หรือกลุ่มผู้ค้ารากหญ้า เพื่อรับฟังข้อมูล และบันทึกเป็นปัญหา นำไปออกแบบโครงการให้สามารถบรรเทาปัญหาและกระตุ้นเศรษฐกิจตรงเป้ามากที่สุด

ขณะเดียวกันก็จะนำข้อมูลที่ได้ ส่งไปให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒน์ และอื่นๆ เพื่อให้ได้ทราบข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ในลักษณะ “ล่างขึ้นบน” ว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะวิกฤตจริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีแต่ข้อมูลจาก "บนลงล่าง" คือดูแต่ตัวเลขอย่างเดียว ซึ่งมีแต่ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ รวมทั้งตัวเลข "จีดีพีเทียม"

ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่เอสเอ็มอี ธุรกิจรากหญ้า รวมทั้งภาคประมง และอื่นๆ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น จึงจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทันที 

แหล่งข่าวจากคณะทำงานดิจิทัลวอลเล็ต กล่าวด้วยว่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เม็ดเงินจากภาครัฐที่อัดฉีดเข้าสู่ระบบ ไม่เคยถึงมือประชาชน แต่ไปตกที่กลุ่มทุนและผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงธนาคารพาณิชย์เท่านั้น 

ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่ ให้ถึงมือประชาชนจริงๆ ซึ่งที่ผ่านมาทุกจังหวัดก็รอ "เงินหมื่นดิจิทัล" โดยมีการวางแผนจับคู่ทำธุรกิจ หรือสร้างการผลิตใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย แต่หน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจไม่ทราบข้อมูลจากพื้นที่จริงเหล่านี้ ฉะนั้นเชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินการไปตามโรดแมปทั้งหมด จะสามารถขับเคลื่อนโครงการต่อไปได้อย่างแน่นอน 

วงใน ป.ป.ช.แย้ม "ไม่ขวางรัฐบาล" ขอแค่อย่าทุจริต

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงรายงานการศึกษาโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ว่า ข้อสังเกต 8 ข้อที่ออกมา ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลทำโครงการนี้ไม่ได้ เพราะเป็นเพียงข้อเสนอแนะ และเป็นรายงานในลักษณะ "งานวิจัย" ที่ใช้ข้อมูล ณ ปัจจุบันเท่านั้น จึงไม่สามารถไปคาดการณ์อนาคตได้ ทั้งหมดขึ้นกับการตัดสินใจของรัฐบาลเอง 

ทั้งนี้มองว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้อสังเกตของ ป.ป.ช. จึงถือว่ารัฐบาลพยายามปฏิบัติตามข้อเสนอของ ป.ป.ช.แล้ว ฉะนั้นหากทำโครงการไปแล้วไม่พบการทุจริต ก็ไม่ถือว่ามีความผิดอะไร แม้ผลที่ได้จะไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ก็ตาม เพราะการดำเนินทุกนโยบายย่อมมีปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม 

ฉะนั้น ป.ป.ช.จึงไม่สามารถไปขวางรัฐบาลได้ เพราะฝ่ายการเมืองหาเสียงมา การออกกฎหมายกู้เงินก็ผ่านสภา สส.ทั้งสภาต้องเห็นชอบ เรื่องเหล่านี้จึงไม่เป็นความผิด ซึ่ง ป.ป.ช.เพียงแต่เสนอแนะให้ปฏิบ้ติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และรอบคอบที่สุดก่อนดำเนินการเท่านั้น 

เอกสารข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ยังไม่ถึงรัฐบาล

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ยังไม่มีเอกสารข้อเสนอแนะ จาก ป.ป.ช. ส่งถึงอย่างเป็นทางการ แต่ได้เห็นแล้วในรายละเอียดมีข้อห่วงใยบางประการ เช่น เรื่องขอบเขตกรอบอำนาจ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. ตามมาตรา 32 ได้พูดถึงการให้ป.ป.ช. ทำข้อเสนอแนะเรื่องนโยบายได้ แต่เป็นเรื่องป้องกันทุจริต แต่เรื่องนี้เป็นการท้วงติงในลักษณะที่บางข้อเป็นอำนาจ ขอบเขตของรัฐบาล

ย้ำเดินหน้า “ดิจิทัลวอลเล็ต”

อย่างไรก็ตาม หากเป็นเช่นนั้นจริง เราจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตในครั้งหน้า ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ระบุวันมาแล้ว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือวันที่ 15 ก.พ. ทั้งนี้กรอบงานยังเหมือนเดิมและเดินหน้าโครงการต่อไป โดยตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อตรวจสอบการทุจริต รับฟังความเห็นในสังคม รวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบการเงินอื่นๆ เพื่อให้ตัวระบบมีความครอบคลุมมากขึ้น

ส่วนความเห็นของป.ป.ช. มีเรื่องรายละเอียดนโยบายที่ไม่เหมือนตอนหาเสียงนั้น อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ และอาจส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องนี้ มีความกังวลหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องเรียนว่านโยบายในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลชุดก่อนหน้าแทบไม่มีเลย ตนก็ท้วงติง และอย่างน้อยเราทำตามที่เราบอกไว้ ถึงแม้รูปแบบจะเปลี่ยน หากไปอ้างถึงนโยบายของพรรค ต้องเรียนว่าตอนที่ทำนโยบาย ทุกนโยบายเมื่อเขียนส่งต่อกกต.จะมีการกำหนดว่า ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคม เพราะเมื่อความเหมาะสมเปลี่ยนไป เรามีความจำเป็นต้องเปลี่ยน

 “บางหน่วยงานไม่ต้องตอบรับเสียงสะท้อนต่อประชาชน หากเศรษฐกิจดำดิ่งหนักลงไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คนรับผิดชอบคือรัฐบาล ซึ่งเราต้องแสดงความชัดเจนว่า นโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาแล้ว บรรจุเป็นนโยบายของรัฐ มีหน้าที่ที่ต้องเดินหน้าให้ได้ แน่นอนว่าต้องทำภายใต้กรอบของกฎหมาย” นายจุลพันธ์ กล่าว

 

ส่วนเงินดิจิทัลวอลเล็ตจะได้ใช้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบตรงนี้ เพราะถ้าบอกไปแล้ว เดี๋ยวจะเป็นการกะเกณฑ์แล้วไม่ถูกต้องจะไม่เป็นผลดี

ชี้รัฐบาลจดจ่อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ทำโครงการอื่นสะดุด

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การที่เราไปใจจดใจจ่ออยู่กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียวนั้น อาจทำให้โครงการอื่นที่ต้องเกิดขึ้นแล้ว ณ วันนี้ โดยไม่ต้องรอไปถึงเดือนพฤษภาคมหรือไกลกว่านั้นต้องมาแล้ว เพื่อทำให้เศรษฐกิจมันฟื้นขึ้นมาได้ แต่เมื่อต้องมารอดิจิทัลวอลเล็ต จึงทำให้ทุกอย่างต้องดีเลย์ออกไป รวมถึงเสียโอกาสที่จะพยุงให้เศรษฐกิจฟื้นตัวให้เร็วขึ้นได้

เมื่อถามว่า นิยามของคำว่าวิกฤตเศรษฐกิจควรต้องให้จบใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คิดว่าคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตที่มีองค์ประกอบมาจากทั้งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกฤษฎีกา น่าจะสามารถตกลงกันได้ว่านิยามของวิกฤตเศรษฐกิจคืออะไร และสามารถที่จะบอกได้แล้ว ณ วันนั้นว่าสามารถที่จะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้กระทรวงการคลังกู้เงินได้หรือไม่ และเป็นไปตามเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อตามที่กฤษฎีกาได้พูดไว้หรือไม่

ชี้ รายงานป.ป.ช. สารตั้งต้นที่ดีของ “นักร้องเรียน”

ทั้งนี้หากรัฐบาลเดินหน้าก็ดูเหมือนมีคนที่จ้องจะร้องเรียน มองว่าโครงการนี้น่าจะสะดุดหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเตือนมาตั้งแต่ต้น หากเลือกทางนี้ ทางที่จะลุยไฟด้วยการออกพ.ร.บ.เงินกู้ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกร้องแน่นอน

“แต่ไว้ใจได้ว่าพรรคก้าวไกลไม่ร้องแน่นอน เพราะเราไม่เห็นด้วยที่องค์กรอิสระจะเข้ามาแทรกแซงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในลักษณะนี้ การที่จะมาบอกว่าทำได้หรือไม่ได้นั้น ก็ไม่ใช่จะใช่หน้าที่ ขององค์กรอิสระ ให้เป็นหน้าที่สภาฯ ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจมากกว่าว่าเราจะให้โครงการนี้ผ่านหรือไม่ และแน่นอนว่าหากรัฐบาลใช้เสียงข้างมากก็น่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ แต่ดิฉันก็ห้ามไม่ได้จริงๆ ที่จะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะรายงานของ ป.ป.ช.ที่น่าจะเป็นสารตั้งต้นสำหรับการเขียนคำร้องได้เป็นอย่างดี“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

เมื่อถามต่อว่าพรรคก้าวไกลจะไม่ร้อง แต่จะใช้วิธีการของสภาฯ ในการสกัดใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ เราคงจะใช้วิธีการในสภาฯ ทุกวิถีทางในการที่จะสกัดโครงการนี้ และจะพูดเหตุผลในการที่เราสกัดให้ประชาชนได้รับทราบ