เนชั่นทีวี

การเมือง

24 ม.ค.ลุ้นเข็มทิศการเมือง"พิธา"ปมหุ้นไอทีวีจะชี้ทางไหน"รอด"หรือ"ร่วง"

23 ม.ค. 2567 | chairat_pat

24 ม.ค.ลุ้นเข็มทิศการเมือง"พิธา"ปมหุ้นไอทีวีจะชี้ทางไหน"รอด"หรือ"ร่วง"

24 ม.ค. จะเป็นด่านแรกที่ต้องฝ่า สำหรับ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับการถือครองหุ้นสื่อไอทีวี จะส่งผลต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็นผู้แทนฯ ตามมาตรา 98 (3) ที่ห้าม สส. เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ

สืบเนื่องจากเรื่องนี้ได้มีการเปิดประเด็นจากผู้สมัคร สส. ของพรรคภูมิใจไทย คือ "นายนิกม์ แสงศิรินาวิน" ได้มีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งได้ถือครองหุ้นไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น ก่อนเรื่องราวจะลุกลามจนนำมาสู่ "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติ

ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 พร้อมมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง มีคำสั่งให้ "พิธา" หยุดปฏิบัติหน้า สส. ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น 

โดยระหว่างทางเรื่องราวก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการเรียกผู้ถูกร้อง คือ "พิธา" รวมถึงส่งเอกสารหลักฐานให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา กระทั่งศาลกำหนดรับฟังคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 24 ม.ค. เวลา 14.00 น.    

ประเด็นที่ถูกจับตามอง คือ ผลคำวินิจฉัยและแนวทางความเป็นไปได้ต่อคดีการถือครองหุ้นไอทีวี จะออกมาในทิศทางใดได้บ้าง  

ยกคำร้อง 

ซึ่ง "พิธา" มั่นใจกับเรื่องนี้มาตลอด ด้วยเหตุผล

  • คำชี้แจงจาก กสทช. ในทำนองปัจจุบันไอทวีไม่ใช่สื่อ
  • คำสั่งศาลปกครองสูงสุดปี 2556 ชี้ว่าไอทีวีไม่ได้ทำกิจการสื่อ
  • คำชี้แจงของ บมจ.ไอทีวี  
  • คดีของ "ชาญชัย อิสระเสนารักษ์" ที่ศาลฎีกาคืนสิทธิ์การเป็นผู้สมัคร กรณีถือหุ้นเอไอเอสทางอ้อม เนื่องจากถือหุ้นจำนวนน้อยมาก 

เมื่อเอาเฉพาะประเด็นทั้งหมดมาพิเศราะห์ ทำให้พอมีโอกาสและความเป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะยกคำร้อง 

วินิจฉัยว่ามีความผิด 

ศาลพิจารณาว่า "พิธา" เป็นผู้ถือครองหุ้น เนื่องจากเอกสารงบการเงินไอทีวี ในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2566 ที่มีการเผยแพร่ออกมา ก่อนที่ทางไอทีวีจะออกเอกสารชี้แจงเรื่องนี้ตามมา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2566 โดยระบุว่า

"ปัจจุบัน บริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ" นั้น

บริษัทไม่ได้ต้องการจะสื่อสารว่า บริษัทยังประกอบกิจการสื่ออยู่ แต่หมายถึงบริษัทยังคงดำเนินการอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทได้จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยมิได้มีการเลิกกิจการแต่อย่างใด

แต่หากถูกศาลตัดสินมีความผิด แน่นอนว่าส่งผลให้ "พิธา" กับสถานะ สส. ต้องหลุดไปด้วย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสิทธิ์ทางการเมืองยังคงอยู่ และสามารถกลับมาลงสมัครชิงเก้าอี้ สส. ใหม่ได้อีกครั้ง หากมี สส.ก้าวไกลลาออกให้ ในเขตที่ "พิธา" ลงสมัครได้ เพื่อกลับเข้ามาทำงานในสภาใหม่

ทว่า เมื่อไม่นานมานี้ "พิธา" ให้สัมภาษณ์ยืนยันกับกองบรรณิการเครือเนชั่น ว่า หากตนพ้นตำแหน่ง สส. จะไม่ให้สส.ในพรรคต้องลาออก เพื่อเปิดทางให้ตัวเอง แต่จะรอการเลือกตั้งสมัยหน้า และระหว่างนี้ก็จะเดินหน้าทำงานการเมืองนอกสภา แต่ถ้ายกคำร้องก็จะเข้าสภาเพื่อร่วมอภิปรายในวันที่ 25 ม.ค. ทันที ซึ่งจะมีการตั้งกระทู้ถามสด ส่วนการรีเทิร์นนั่งหัวหน้าพรรค ขึ้นกับที่ประชุมใหญ่พรรค 

จึงต้องมาลุ้นกันว่า เข็มทิศการเมืองสำหรับผู้ชายชื่อ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" จะหันไปทางใดระหว่าง "รอด" หรือ "ร่วง" แล้วจะส่งผลต่ออุณหภูมิบ้านเมืองมากน้อยเพียงใด มาร่วมลุ้นกันในวันที่ 24 ม.ค. นี้

 

ข่าวล่าสุด